[Pew] อินเทอร์เน็ตจะเป็นยังไงต่อไป?
ผลสำรวจแบบสั้นๆ ของ PEW Internet Life โดยอันนี้เป็นการถามผู้เข้าร่วมสัมมนา Internet Governance Forum 2007 มีคนตอบ 206 คน รายงานผลสำรวจออกมาเมื่อเดือนสิงหาคม 2008
Internet Bill of Rights
ประเด็นว่าควรมีคำประกาศรับรองสิทธิ (Bill of Rights) สำหรับอินเทอร์เน็ตหรือไม่ 66% เห็นว่าควรมีคำประกาศหรือปฏิญญาว่าด้วยสิทธิเสรีภาพด้านอินเทอร์เน็ตในระดับโลก
ในคำประกาศนี้ควรมีอะไรบ้าง?
- เสรีภาพของการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร (freedom of information) เห็นด้วย 76%
- เสรีภาพในการแสดงออกออนไลน์ (freedom of expression) 75%
- สิทธิ์ในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตอย่างเท่าเทียม (the right of people to have affordable access)
ประเด็นอื่นๆ
- 59% มองว่า รัฐบาลไม่ควรมีสิทธิ์ควบคุมเนื้อหาบนอินเทอร์เน็ตที่คนในประเทศเข้าถึงได้
- 47% มองว่า รัฐบาลไม่สามารถควบคุมอินเทอร์เน็ตได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากธรรมชาติของอินเทอร์เน็ตที่ไร้พรมแดน
Open Net / Internet for Everyone
- 77% บอกว่า อินเทอร์เน็ตต้องเปิดกว้างและเป็นกลาง (open and neutral) เท่านั้น จึงจะแก้ปัญหา digital divide ได้
- 51% เห็นว่า ปัญหาการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต (internet access) สามารถแก้ไขได้
- 78% มองว่า ราคาเป็นปัญหาสำคัญที่ทำให้คนยังใช้เน็ตไม่เยอะเท่าที่ควร
- 38% มองว่า ปัญหาที่สำคัญที่สุดของ internet governance คือการพัฒนาการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต
- (1.9 จากคะแนนเต็ม 4) บอกว่า ภาคธุรกิจควรแก้ปัญหาโดยออกแพกเกจเน็ตราคาถูกให้คนจนใช้งาน เป็นวิธีแก้ปัญหาที่ดีที่สุด
- อันดับสองคือ รัฐบาลควรเข้ามาลงทุนสร้างอินเทอร์เน็ตราคาถูก, อันดับสาม ตั้งกองทุนอินเทอร์เน็ตระดับโลก และตั้งบริษัทอินเทอร์เน็ตราคาถูก, อันดับสี่ เก็บภาษีจากคนใช้เน็ตมาตั้งองค์กรแก้ปัญหา
- 47% บอกว่ากลไกตลาดจะช่วยแก้ปัญหาเน็ตแพงได้ดีกว่าการออกกฎระเบียบ
- 66% เห็นด้วยว่าภาคธุรกิจ ISP ควรออกแพกเกจเน็ตพื้นฐานราคาถูก
Internet Owner
- 47% บอกว่าไม่มีใครเป็นเจ้าของอินเทอร์เน็ต
- 36% บอกว่าอินเทอร์เน็ตมีจุดศูนย์กลางอำนาจ
- (ใน 36% ของข้อที่แล้ว) 65% บอกว่าศูนย์กลางคือสหรัฐ ส่วน 22% บอกว่าศูนย์กลางคือประเทศตะวันตกทั้งหมด
- 45% บอกว่า ICANN ไม่มีประสิทธิภาพ และควรปรับปรุงให้เปิดกว้าง+เป็นกลางกว่านี้
Benefit of Internet
- 75% ไม่เห็นด้วยกับคำว่า อินเทอร์เน็ตไม่สามารถช่วยแก้ปัญหาความยากจนได้
- 74% ไม่เห็นด้วยกับคำว่า อินเทอร์เน็ตไม่ช่วยแก้ปัญหาสาธารณสุข (health care)
ปัญหาของอินเทอร์เน็ตในอนาคต
- ผู้ใช้บริการบรอดแบนด์ผูกขาดธุรกิจ จะทำให้ประเทศกำลังพัฒนาต้องพึ่งพาบริษัทเหล่านี้ และทำให้บริษัทเหล่านี้มีอิทธิพลในการกำหนดนโยบายของประเทศ
- ต้องสร้างอินเทอร์เน็ตที่ปลอดภัยจากสแปม ภาพอนาจารเด็ก ปัญหาข้อมูลส่วนตัวรั่วไหล
- 65% มองว่ายังไงเสีย ฝั่งผู้กำกับนโยบายก็ตามปัญหาที่เกิดขึ้นจริงไม่ทันอยู่ดี
อ่านรายงานฉบับเต็มได้ที่ Pew และที่โครงการ Imagining the Internet
[Pew] Summary of Future of Internet III (2008)
บทวิจัยชิ้นล่าสุดในซีรีย์ The Future of the Internet ของ PEW ออกมาเมื่อปลายปี 2008
ระเบียบวิธีวิจัยยังใช้การวาง scenario แล้วให้ผู้ตอบแบบสอบถามลงคะแนนว่าเห็นด้วยหรือไม่ เหมือนกับของปีก่อนๆ เพียงแต่จะแยกกลุ่มผู้ตอบแบบสอบถามว่าเป็น expert หรือคนทั่วไป แทนการรวมเป็นกลุ่มเดียว
ข้อสรุปมีดังนี้
- ปี 2020 คนส่วนใหญ่จะเข้าใช้อินเทอร์เน็ตผ่านมือถือ (ทั้งหมดเห็นด้วย 81% เฉพาะผู้เชี่ยวชาญเห็นด้วย 77%)
- คนจะรับความเห็นที่แตกต่างบนอินเทอร์เน็ตได้มากขึ้น (ทั้งหมดเห็นด้วย 33% เฉพาะผู้เชี่ยวชาญเห็นด้วย 32%)
- เทคโนโลยี DRM หรือ copyright-protection จะครองตลาดในปี 2020 (ทั้งหมดเห็นด้วย 31% เฉพาะผู้เชี่ยวชาญเห็นด้วย 31%)
- คนจะมีค่านิยมเปิดเผยข้อมูล แทนการสงวนความเป็นส่วนตัว (ทั้งหมดเห็นด้วย 45% เฉพาะผู้เชี่ยวชาญเห็นด้วย 44%)
- คนจะติดอยู่ในโลกเสมือน (virtual world/mirror world/augment reality) มากขึ้น (ทั้งหมดเห็นด้วย 56% เฉพาะผู้เชี่ยวชาญเห็นด้วย 55%)
- เทคโนโลยีสั่งงานด้วยเสียง+สัมผัส จะกลายเป็น interface หลัก (ทั้งหมดเห็นด้วย 67% เฉพาะผู้เชี่ยวชาญเห็นด้วย 64%)
- เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตจะยังคงเดิม แค่ปรับปรุงให้ดีขึ้น ไม่ใช่การเปลี่ยนเทคโนโลยีพื้นฐานใหม่ (ทั้งหมดเห็นด้วย 81% เฉพาะผู้เชี่ยวชาญเห็นด้วย 78%)
- ชีวิตการทำงานกับส่วนตัวจะแยกจากกันได้น้อยลง และคนจะยอมรับเรื่องนี้มากขึ้น (ทั้งหมดเห็นด้วย 57% เฉพาะผู้เชี่ยวชาญเห็นด้วย 56%)
รายงานฉบับเต็มดาวน์โหลดได้จาก PEW
[Privacy] Affect from Online Privacy Bill
อีกไม่นานนี้เราจะได้เห็นการพูดเรื่อง online privacy เพิ่มขึ้นอีกมาก (ตอนนี้ก็มากอยู่แล้วแต่ยังไม่พอ) และที่จะเห็นตามมาคือความพยายาม regulate ด้วยกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับความเป็นส่วนตัว
ในสหรัฐก็เพิ่งเริ่มพูดถึงเรื่องนี้เหมือนกัน ไอเดียหนึ่งของ Online Privacy Bill คือ บังคับให้ 3rd party cookie เลิกเก็บข้อมูลส่วนตัว (เช่น Google Analytics ที่ฝังอยู่ตามเว็บอื่นๆ ก็จะเก็บว่าผู้ใช้กดลิงก์อะไรบ้างไม่ได้แล้ว) แต่ยังยอมให้ 1st party cookie ทำได้อยู่ (เช่น Amazon เก็บว่าเราค้นหนังสืออะไร แล้วไปเลือกหนังสือที่เราน่าจะสนใจมาแสดงใน Recommendation)
ถ้ากฎนี้ออกมาจริง จะทำให้ “ภูมิทัศน์” ของ Online Ad เปลี่ยนไป ระบบที่ต้องพึ่ง cookie จะอยู่ยาก ส่วนระบบที่ไม่ต้องพึ่ง cookie อย่าง AdWords จะไม่โดนกระทบ และน่าจะกลายเป็นเจ้าตลาดโดยสมบูรณ์
ที่มา – BusinessWeek
[Statistics] Smartphone Marketshare 1Q09
เผื่อมีคนเข้าใจผิดว่า iPhone คือเจ้าตลาดสมาร์ทโฟนครับ อันนั้นเป็นมายาคติ มาดูที่ตัวเลขจับต้องได้ดีกว่า
ตัวเลขเป็นของ Gartner ออกมาเมื่อเดือน พ.ค. 09

กลุ่มเป้าหมายที่ดีของการขายสินค้าเสมือน ย่อมเป็นกลุ่มคนเล่นเกมออนไลน์, เล่นเกมใน social network และเล่นเกมใน iPhone
ที่มา – 

จะเห็นว่า
1 ความเห็น