Net Neutrality: Google and Verizon Case
เมื่อประมาณ 2 อาทิตย์ก่อน ข่าวใหญ่โตในสหรัฐคือแผน net neutrality ของ Google+Verizon แต่เผอิญช่วงนั้นยุ่งโคตร เลยไม่ได้อ่าน ดองลิงก์ไว้เป็นสิบ
วันนี้พอมีเวลาแล้ว สรุปไว้หน่อยก็ดี
เรื่องเริ่มต้นคือ Google+Verizon เสนอ “แผน net neutrality” ให้ FCC และรัฐบาล-รัฐสภาสหรัฐพิจารณา
- A joint policy proposal for an open Internet – Google Public Policy Blog
- บทความที่ Google+Verizon ส่งไปลงพิมพ์ใน Washington Post
- ตัวแผนจริงๆ (PDF)
เรื่องเหมือนจะดี เพราะเป็น “แผนสนับสนุนแนวทาง net neutrality” แต่มันเป็นเรื่องเพราะว่าในแผนมันแหม่งๆ หลายจุด จนหลายฝ่ายคิดว่า Google+Verizon เอาคำว่า “net neutrality” มาชู (ว่าตัวเองสนับสนุน) แต่เอาจริงแล้วยัดไส้สิ่งที่ตรงกันข้ามเข้ามา
อันที่สรุปไว้ดีคือ Engadget
Now, we don’t know for sure what happened, but we’ve got a theory: the proposal reads to us like Verizon’s basically agreeing to trade neutrality on its wired networks for the right to control its wireless network any way it wants
แยกประเด็นตามที่ Engadget สรุปไว้เก้าข้อ
ประเด็นที่เป็นบวกกับ net neutrality (ในความหมายของคนทั่วไป)
- Consumer protection – ISP ห้ามบล็อคทราฟฟิกใดๆ หรือจัดความสำคัญของทราฟฟิกใดๆ (ยกเว้น “เนื้อหาที่ผิดกฎหมาย”)
- Non-discrimination – ISP ห้ามกีดกันทราฟฟิกใดๆ เช่น กีดกันเนื้อหาจากคู่แข่ง
- Transparency – ISP ต้องเปิดเผยวิธีการจัดการทราฟฟิก (เช่น บล็อคบิตก็ต้องบอกว่าบล็อคบิต)
- Network Management – ISP สามารถบริหารจัดการทราฟฟิกได้ (แต่เฉพาะในเชิงเทคนิคเท่านั้น) โดยข้อนี้จะใช้คู่กับข้อ Transparency คือ “บริหารทราฟฟิกได้แต่ต้องเปิดเผยวิธีการให้รู้” อันนี้ดูสมเหตุสมผล
- Broadband access for Americans – พูดเรื่อง universal access อันนี้ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ
ประเด็นที่เป็นลบ (และเป็นปัญหา)
- Additional online services – ISP สามารถให้บริการใหม่ๆ ในอนาคตที่ไม่เกี่ยวกับอินเทอร์เน็ตได้ ข้อนี้เป็นปัญหาเพราะเปิดช่องให้ Verizon ขาย “internet plus” ที่ไม่แล็ค ไม่บีบบิต ฯลฯ เป็นพิเศษ จึงโดนโจมตีว่าเป็นอินเทอร์เน็ตส่วนตัว (private internet) และทำให้ข้อดีของอินเทอร์เน็ตเรื่อง public internet หายไป
- Wireless broadband – แผนการทุกข้อยกเว้นเรื่อง Transparency ครอบคลุมเฉพาะ wireline ไม่รวม wireless โดย Google+Verizon ให้เหตุผลว่า wireless เป็นทรัพยากรที่มีจำกัด ต้องการการบริหารจัดการอีกแบบ แต่คนทั่วไปมองตาม quote ข้างต้นว่า Verizon ยอมแลก wireline ให้เป็น neutral เพื่อให้ควบคุม wireless (ที่อนาคตไกลกว่ามาก) ได้
- Case-by-case enforcement – ข้อนี้เป็นการจำกัดอำนาจของ FCC ในการออกกฎเรื่อง net neutrality รวมถึงจำกัดค่าปรับของ FCC
- Regulatory authority – ข้อนี้เกี่ยวกับอำนาจในการดูแลอินเทอร์เน็ตของ FCC โดยบอกว่า FCC สามารถกำกับดูแล access แต่ไม่สามารถคุม content
ปฏิกริยาจากสื่ออเมริกัน เป็นลบเกือบหมด
- Salon ตีเรื่อง private internet และ wireless
- CrunchGear ตีเรื่อง private internet/wireless
- AllthingsD เน้นสองประเด็นนี้เช่นกัน
บทวิจารณ์ที่น่าสนใจมาจาก Huffington Post เขียนไว้ 5 ข้อ
- เรื่อง wireless
- วิจารณ์เรื่อง non-discrimination ว่าอ่อนเกินไป ISP สามารถใช้ข้ออ้างอื่นๆ เพื่อบล็อคบิตได้ไม่ยาก
- วิจารณ์ข้อ network management ว่าให้สิทธิ์ ISP เป็นคนตัดสินใจบริหารทราฟฟิกให้เรา โดยอ้างเรื่อง “คุณภาพในการให้บริการ” ได้
- เรื่อง private internet
- เรื่องการจำกัดอำนาจ FCC
กูเกิลออกมาแก้ข่าวผ่าน Public Policy Blog ดังนี้
- กูเกิลยังหนุน net neutrality อยู่ แต่รอภาครัฐไม่เกิดเสียที เลยจับมือกับ ISP รายใหญ่ไปพลางๆ
- เรื่อง wireless มีคุณสมบัติพิเศษ คือ 1) แข่งขันสูงกว่า wireline 2) ต้องใช้คลื่นความถี่ที่มีจำกัด 3) ปัจจุบันค่อนข้างเปิดกว้างอยู่แล้ว
- กูเกิลบอกว่า proposal นี่คลุมเฉพาะ wireline แต่ก็เชิญให้ FCC ลงมาจัดการ wireless เองสิ
- กูเกิลปกป้อง private internet โดยบอกว่าตอนนี้ก็มีแล้ว พวกเครือข่ายสำหรับเล่นเกม หรือบริการสาธารณสุข
ปฏิกริยาจาก FCC ออกมายังไม่ชัดเจนนัก
- หนึ่งในคณะกรรมการของ FCC บอกเพียงว่า FCC จะต้องกล้าตัดสินใจ และดูเรื่องขอบเขตอำนาจของ FCC (สรุปว่า FCC ไม่ค่อยเห็นด้วยกับแผน Google+Verizon) – TechCrunch
ปฏิกริยาอื่นๆ
- กลุ่มนักเคลื่อนไหวไปประท้วงกูเกิลที่สำนักงานใหญ่ – PC Mag
- EVP ของ Verizon ออกมาปกป้องแผนการ โดยยกข้อดีตามหลัก PR ทั่วไป – PC Mag
- คำวิจารณ์จาก EFF (ยังไม่ได้อ่าน)
Case-by-case enforcement – ข้อนี้เป็นการจำกัดอำนาจของ FCC ในการออกกฎเรื่อง net neutrality รวมถึงจำกัดค่าปรับของ FCC
เรื่องอื่นไม่รู้ แต่ข้อวิจารณ์นี้เกี่ยวกับทัศนคติเรื่องระบบกฎหมายเลยทีเดียว มันแสดงให้เห็นว่าอเมริกันก็ยังติดอยู่กับระบบกฎหมายแบบ common law เหมือนเดิม
อ่านข่าวใน bkk post เห็นภาพคนยืนประท้วงหน้า google campus ก็งงอยู่
ได้อ่านบทความแล้วก็พอเข้าใจขึ้นครับ แต่ไม่กระจ่างแจ้งนักว่าทำไมมันถึงไม่ดี สงสัยต้องอ่านเพิ่มอีกหน่อย
http://arstechnica.com/tech-policy/news/2010/08/the-siege-of-google.ars