FCC เปลี่ยนวิธีการตรวจวัด broadband coverage ในสหรัฐใหม่
FCC จะต้องออกรายงาน broadband competitiveness ของสหรัฐเป็นประจำทุกปี
วิธีการตรวจวัดคือเช็คตาม zip code โดยดูว่าบ้าน 1 บ้าน (สุ่มมา) ในเขต zip code นั้นเข้าถึง broadband หรือไม่ ถ้ามีก็ถือว่าเขตนั้นผ่าน ซึ่งเป็นวิธีที่โดนด่ามานานมาก (ตั้งกะ 2006) ว่ามันหยาบสุดๆ
ตอนนี้ FCC ยอมเปลี่ยนวิธีการตรวจวัดแล้ว และยกเกณฑ์นับ broadband จากเดิมขั้นต่ำ 200 Kbps มาเป็น 4 Mbps downlink กับ 1 Mbps uplink
ในแง่ผู้บริโภคและประชาชน เป็นเรื่องดี
แต่มีคนเสียประโยชน์คือ operator เพราะเดิม FCC ตรวจแบบหยาบๆ ทำให้ซุกประเด็นว่าพื้นที่ใดเข้าไม่ถึงบรอดแบนด์ได้ง่าย พอเปลี่ยนปั๊บ operator เลยออกมาโวยวาย ที่น่าสนใจคือคนโวย (ตามแบบสหรัฐ) เป็นวุฒิสมาชิกที่ได้รับการล็อบบี้จาก telco นั่นเอง
โอบามาอนุมัติงบ 795 ล้านดอลลาร์ ผลักดันบรอดแบนด์กระตุ้นเศรษฐกิจ
ประธานาธิบดีบารัค โอบามา อนุมัติงบประมาณ 795 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 26,000 ล้านบาท เพื่อลงทุนในโครงการที่เกี่ยวข้องกับบรอดแบนด์ของสหรัฐ 66 โครงการ
เงินจำนวนนี้มาจากงบประมาณการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2009 โดยสหรัฐหวังว่าเงินจำนวนนี้จะช่วยให้คนอเมริกาเข้าถึงอินเทอร์เน็ต บรอดแบนด์ได้อย่างเท่าเทียมกันมากขึ้น และมีผลช่วยให้ธุรกิจสหรัฐในอนาคตมีประสิทธิภาพขึ้นในระยะยาว
เป้าหมายทางเศรษฐกิจของโครงการนี้คือสร้างงาน 5,000 ตำแหน่ง และกระตุ้นการลงทุนจากภาคเอกชนอีก 200 ล้านดอลลาร์
ที่มา – CNN
สหรัฐเตรียมเรียกคืนคลื่น 500 MHz สำหรับ Wireless Broadband
ประธานาธิบดีบารัก โอบามา ดันแผน Wireless Broadband สำหรับอเมริกาในอนาคต เพื่อเป็นโครงสร้างพื้นฐานในการสื่อสาร โดยเล็งช่วงคลื่น 500 MHz และสั่งให้หน่วยงานต่างๆ ประชุมเพื่อเรียกคืนความถี่ช่วง 500 MHz มาให้ FCC จัดสรรใหม่
ความน่าสนใจใน Memorandum ของโอบามาคือ วิธีการสั่งให้หน่วยงานด้านความมั่นคงต่างๆ เข้ามาประชุมกับ task force ในการจัดสรรคลื่นใหม่ และวิธีการสั่งงานของระบบราชการสหรัฐ ซึ่งทำให้เราเห็นว่ากระบวนการดำเนินนโยบายต้องผ่านใครบ้าง
The Secretaries of Defense, the Treasury, Transportation, State, the Interior, Agriculture, Energy, and Homeland Security, the Attorney General, the Administrators of the National Aeronautics and Space Administration (NASA) and the Federal Aviation Administration, the Director of National Intelligence, the Commandant of the United States Coast Guard, and the head of any other executive department or agency that is currently authorized to use spectrum shall participate and cooperate fully
ต้นข่าวจาก Ars
ปัญหาเรื่องราคาของบรอดแบนด์ในสหรัฐ
Ending the Internet’s Trench Warfare
บทความใน NYT พูดถึงปัญหาเรื่องราคา broadband ในสหรัฐ ว่าใจความหลักคือตลาดไม่มีการแข่งขันแท้จริง แม้ว่าจะสามารถพัฒนาเรื่องความเร็วได้ แต่ราคาไม่มีทางเข้าถึงประชาชนจำนวนมากได้อย่างในยุโรป (เมื่อเทียบกับค่าครองชีพ)
the source of the access problem: without a major policy shift to increase competition, broadband service in the United States will continue to lag far behind the rest of the developed world.
Affordability is the hard part — because there is no competition pushing down prices. The plan acknowledges that only 15 percent of homes will have a choice in providers, and then only between Verizon’s FiOS fiber-optic network and the local cable company. (AT&T’s “fiber” offering is merely souped-up DSL transmitted partly over its old copper wires, which can’t compete at these higher speeds.) The remaining 85 percent will have no choice at all.
เปรียบเทียบกับประเทศพัฒนาแล้วอื่นๆ
Making such an arrangement work is ultimately a matter of political will. In Japan and many European countries, regulators fought hard to bring existing providers around to open access. They won, and today these countries have more competition, lower prices and higher speeds. Such political will is glaringly absent in the commission’s plan.
การลงทุนบรอดแบนด์ของสหรัฐเลื่อน
การลงทุนด้านบรอดแบนด์ของสหรัฐ ตาม Broadband Stimulus Plan เลื่อนจากเดือน พ.ย. ไปเป็นเดือน ธ.ค. เนื่องจากมีผู้สมัครเข้ามามากจนพิจารณาไม่ทัน
เงินทั้งหมดที่จะลงทุนคือ 7.2 billion USD
ที่มา - WSJ
ความเร็วบรอดแบนด์ในสหรัฐ
รวบรวมโดย Communications Workers of America โดยใช้ข้อมูลจาก Speed Matters
รัฐที่มีเน็ตเร็วสุด
รัฐที่มีเน็ตช้าสุด
ที่มา – LA Times
ปัญหาการแจกเงินกระตุ้นบรอดแบนด์ 4.7 พันล้านดอลลาร์
ไม่ใช่โดนกล่าวหาว่าประชานิยม แจกเงินให้คนจนแต่ไม่ยอมแจกให้คนรวย แต่แผน National Broadband Plan ของสหรัฐ กำลังมีปัญหาเช่นกัน
เรื่องมีอยู่ว่า รัฐบาลอเมริกาเตรียมหว่านเงิน 4.7 พันล้านดอลลาร์ เพื่อแก้ปัญหาคนเข้าไม่ถึงบรอดแบนด์ โดยใช้วิธีให้ใครก็ได้มาเสนอโครงการขอรับตังค์จาก National Telecommunications & Information Administration (NTIA) ซึ่งเป็นเจ้าภาพงานนี้
เงื่อนไขของ NTIA คือจะให้เงินกับหน่วยงานที่ลงทุนในบรอดแบนด์ในพื้นที่ที่ “underserved” เพียงแต่คำนิยามของ “underserved” ที่ NTIA ระบุนั้นมีดังนี้
- at least half of all households lack broadband,
- or where fewer than 40% of households subscribe to broadband,
- or a place where no service provider advertises broadband speeds of at least 3 megabits per second
ปัญหาคือมันเป็นคำนิยามที่ไม่สอดคล้องตามสภาพความเป็นจริงนัก เพราะการเข้าไม่ถึงบรอดแบนด์ไม่ได้แปลว่าไม่มีบรอดแบนด์ แต่อาจแปลว่ามันแพงเกินไป ลากสายไม่ถึง นอกพื้นที่บริการ ฯลฯ ได้อีกสารพัด อยู่ในเขตเมืองใหญ่ไฮเทคอย่างซานฟรานซิสโก ก็อาจจะไม่มีบรอดแบนด์ใช้ได้ หรือแม้ว่าเมืองชนบทๆ ห่างไกล แต่ก็อาจจะไม่ผ่านข้อกำหนดของ NTIA ได้เช่นกัน
เลยมีคนวิจารณ์เงื่อนไขของ NTIA และเรียกร้องให้เปลี่ยนข้อกำหนดนี้ ที่เหลือดูใน BusinessWeek
ช่วงนี้ใครๆ ก็กำลังบ้าบรอดแบนด์ อเมริกา อังกฤษ ออสเตรเลีย ฯลฯ บ้าหมด เมืองไทยก็เริ่มๆ บ้ากันบ้างแล้ว บทเรียนจากกรณีของ NTIA นี้ น่าจะจำไว้ใช้กับเงินกระตุ้นบรอดแบนด์ของไทยที่จะตามมาด้วย
การวางโครงข่ายโทรคมในพื้นที่ห่างไกล
From Business Week: Wiring Rural America: Which Technology Is Best? This post discusses about telecom technology for rural area, which is needed by the Universal Access concept.
เป็นเรื่องต่อเนื่องจากบรอดแบนด์ในสหรัฐ (ดู วิจารณ์ US Broadband Plan) แต่อันนี้เป็นประเด็นด้าน Universal Access หรือการเข้าถึงบริการโทรคมนาคมอย่างเท่าเทียม
ปัญหาคือในพื้นที่ห่างไกล ชนบทๆ การลากสายเข้าไปบริการเน็ตหรือโทรศัพท์นั้นแพงมากๆ จนไม่คุ้มแก่ค่าใช้จ่ายของบริษัทโทรคมนาคม ดังนั้นในพื้นที่ที่มีข้อจำกัดทางกายภาพ ก็ต้องใช้เทคโนโลยีการสื่อสารอื่นๆ ที่เหมาะกับสภาพเศรษฐกิจมากกว่า
อย่างไรก็ตามเทคโนโลยีทางเลือกอื่นๆ ก็ยังมีข้อจำกัดเฉพาะของตัวมันเอง
- Wireless – ข้อดีคือไม่ต้องลากสาย ถูกกว่า แต่โดนบล็อคจากภูเขา ตึก ต้นไม้ได้ง่าย แถมยังไม่เหมาะสำหรับการส่งข้อมูลเยอะๆ เช่น video streaming เพราะไม่การันตีแบนด์วิธเท่าแบบมีสาย
- ดาวเทียม – แพงเกินสำหรับชนบท
- Fiber – ความเร็วดีเลิศ แต่ยังแพงและติดตั้งยาก
FCC ต้องการเลือกเทคโนโลยีที่ส่งข้อมูลได้เร็ว และติดตั้งได้ง่ายเป็นหลัก ที่ผ่านมาเงินสนับสนุนเทคโนโลยีโทรคมนาคมต่างๆ (ทั้งอเมริกา ไม่ใช่เฉพาะชนบท) ถูกแบ่งด้วยอัตราส่วนดังนี้
- Fiber to the Home – 37%
- Wireless – 23%
- DSL – 22%
- Cable – 17%
- Electric line – 1%
FCC สั่งศึกษาเรื่องบรอดแบนด์เพิ่มเติม
จาก: [Policy] USA – National Broadband Plan และ วิจารณ์ US Broadband Plan
สรุปว่า FCC มีหน้าที่ต้องวางนโยบายเรื่องบรอดแบนด์ในอนาคตให้กับอเมริกา แต่ตอนนี้ข้อมูลยังไม่ค่อยพอ ดังนั้นต้องศึกษาเพิ่มเติม สิ่งที่ FCC ทำคือให้ทีมงานของตัวเองออกจัด workshop และสัมมนาทั่วอเมริกา แต่นอกจากนี้ก็ยังให้ทุนหน่วยงานการศึกษาอื่นๆ วิจัยนโยบายเรื่องบรอดแบนด์ควบคู่ไปด้วย
ตอนนี้ FCC ให้ทุน 2 หน่วยงาน
- Berkman Center for Internet & Society ของ Harvard หัวข้อที่ศึกษาคือ “independent expert review of existing literature and studies about broadband deployment and usage throughout the world” หรือศึกษาการวางระบบบรอดแบนด์ของประเทศอื่นๆ ทั่วโลก นั่นเอง (Press Release ของ Berkman)
- Columbia Institute for Tele-Information (CITI) หัวข้อที่ศึกษาคือ “projected deployment of new and upgraded networks to help inform the FCC’s efforts in developing the National Broadband Plan.” โดยจะเน้นไปทางการศึกษาว่าบริษัทต่างๆ จะพัฒนาระบบบรอดแบนด์อย่างไรในอนาคต
ที่มา – Ars Technica
วิจารณ์ US Broadband Plan
จาก: [Policy] USA – National Broadband Plan
ความเดิม: รัฐบาลสหรัฐจะลงทุนในบรอดแบนด์ ในฐานะ infrastructure ของประเทศ ด้วยเงิน 7.2 พันล้าน USD ใต้ Recovery Act โดยมอบให้ FCC ไปดำเนินการ คิดมาว่าจะใช้ 7.2 พันล้านอย่างไร
ความใหม่: นิตยสาร BusinessWeek ลงบทความวิจารณ์แผน Broadband Plan ซึ่งเขียนโดยองค์กรด้านผู้บริโภค American Consumer Institute
ใจความมีดังนี้
- เส้นตายคือ ก.พ. 2010 ตอนนี้ยังเถียงกันไม่จบว่า “how fast the networks should be, how much it will cost to provide universal broadband service, and who will pay for it.”
- ความเร็วขั้นต่ำของบรอดแบนด์เอื้ออาทรจะเป็นเท่าไร? ปัญหาคือไม่มีใครรู้ว่ามันควรจะเป็นเท่าไรนี่สิ (มีคนเสนอว่า 10-20Mbps แต่จะรู้ได้ไงว่าใช่? ลองโหวตกันเล่นๆ อินเทอร์เน็ตปี 2020 ควรมีความเร็วเท่าไร?)
- อีกคำถามคือ ใครบ้างที่แถวบ้านบรอดแบนด์เข้าไม่ถึง? คนเหล่านี้จะได้รับการสนับสนุนบรอดแบนด์ (ฟรี?) จากรัฐ แต่คนจำนวนนี้มีอยู่เท่าไรอีกนั่นล่ะ
- มีคนคาดเดาว่า คนอเมริกัน 40 ล้านครัวเรือนเข้าไม่ถึงบรอดแบนด์ และถ้าตีว่าค่าใช้จ่ายในการจัดหาบรอดแบนด์ตกประมาณ 1,500 ดอลลาร์ต่อครัวเรือน รัฐท่านจะต้องใช้ตังค์ 40 ล้าน x 1,500 = 60 พันล้านดอลลาร์ (เทียบไม่ได้เลยกับงบปัจจุบัน 7.2 ล้าน)
- 60 พันล้านนี่ยังไม่รวมค่าซื้อคอม (แน่นอนว่าคนที่ไม่มีบรอดแบนด์ ส่วนหนึ่งก็ไม่มีเงินซื้อคอมด้วย) ผู้เขียนบทความคาดว่าน่าจะใช้เงินทั้งหมด 120 พันล้านดอลลาร์
- ดังนั้น แนวทางที่เป็นไปได้คือ ทำยังไงจะให้การลงทุนในบรอดแบนด์เกินขึ้นอย่างยั่งยืนในระยะยาว โดยจูงใจเอกชน แทนที่จะอุดหนุนโดยรัฐ
- มีตัวเลขว่า AT&T กับ Verizon ซึ่งเป็น telecom operator เบอร์ 1 และ 2 ของสหรัฐ ลงทุนในบรอดแบนด์ปีละ 37 พันล้านดอลลาร์อยู่แล้ว ทำยังไงจะจูงใจให้พวกนี้ลงทุนมากขึ้น ก็มีคนเสนอว่าลดภาษีให้บริษัทเหล่านี้สิ ปัจจุบันจ่ายกันที่ 12% ซึ่งมากกว่าอุตสาหกรรมอื่นๆ ถึงเท่าตัว พอจ่ายภาษีน้อยจะได้มีต้นทุนในการให้บริการลดลง
leave a comment