The Future of Internet

[Pew] Summary of The Future of the Internet II (2006)

Posted in Findings, Statistics by markpeak on 2 กรกฎาคม 2009

สรุปงานวิจัยของ Pew เรื่อง The Future of the Internet ภาคสอง ประจำปี 2006

methodology ของงานจะเป็นการตอบแบบสอบถามเช่นเดียวกัน แต่รอบนี้คนตอบน้อยลงมาหน่อย 742 คน คำถามคือสถานการณ์ของอินเทอร์เน็ตในปี 2020

ประเด็นต่างๆ ที่สรุปได้มีดังนี้

  • 56% เห็นว่าในปี 2020 โลกจะถูกคลุมด้วยอินเทอร์เน็ต ราคาถูกลง wireless มีสัญญาณ ฯลฯ อย่างไรก็ตาม ส่วนที่ไม่เห็นด้วยมองว่าภาคธุรกิจและภาครัฐบางส่วนที่ได้ประโยชน์จากการยึดกุมข้อมูลข่าวสาร จะต่อต้านการเปลี่ยนแปลงนี้
  • 42% มองว่าภาษาอังกฤษจะกลายเป็นภาษาหลักของโลก (ด้วยเรื่อง globalizaion + net) แต่อีก 57% ไม่เห็นด้วย และคิดว่าภาษาจะยังคงเอกลักษณ์ของตัวเองได้เช่นเดิม รวมถึงมีภาษาหลักอื่นๆ เช่น จีนกลาง เข้ามาด้วย
  • 42% มองว่า คอมและระบบอัตโนมัติจะทำงานแทนคน และเป็นปัญหาคอมเก่งกว่าคน ส่วนอีก 54% บอกว่าคนจะยังคุมคอมต่อไป (ในปี 2020 นะ)
  • 46% บอกว่า ความโปร่งใส (transparency) จะมีประโยชน์ต่อมนุษยชาติ แม้ว่าจะต้องแลกมาด้วยการเสียความเป็นส่วนตัวก็ตาม (privacy) ส่วนอีก 49% เห็นตรงข้าม
  • 56% บอกว่าคนจะติดเน็ต ติดโลกเสมือน
  • 52% บอกว่าเน็ตจะช่วยลดพรมแดนของประเทศลง เกิดภาวะโลกแบนมากขึ้น
  • 58% บอกว่าจะเห็นกลุ่มปฏิเสธเทคโนโลยีรวมตัวกันเข้มข้นขึ้น และอาจก่อการร้ายได้ภายในปี 2020

remark

  • ประเด็นที่น่าสนใจคือ transparency vs privacy และ อนาคตของภาษา/วัฒนธรรมว่าจะเป็นอย่างไรในโลกยุคเน้ต ซึ่งความเห็นแบ่งเป็น 2 ทางคือ ภาษาอังกฤษกลืนหมด กับ แต่ละภาษาจะยังอยู่ต่อไปได้
  • กลุ่มก่อการร้ายที่ปฏิเสธเทคโนโลยี คล้ายๆ กับในเรื่อง Planetz

คำถามเกี่ยวกับการลงทุนด้านเทคโนโลยี (จัดอันดับความสำคัญในด้านที่จะลงทุน)

  • 51% จะลงทุนขยายขีดความสามารถของเครือข่าย (network capacity) เป็นอันดับแรก รวมถึงการขยายความรู้เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีไปยังคนที่ยังไม่เคยได้ใช้งาน
  • อันดับสองจะลงทุนสร้างกรอบการทำงานด้านกฎหมาย และ operating enviroment ที่เอื้อให้คนใช้เน็ตได้เสรีตามใจที่ตัวเองต้องการ
  • อันดับสาม ลงทุนสร้างระบบ microcredit นานาชาติที่ปลอดภัยและใช้งานง่าย
  • อันดับสี่ สร้างองค์กร security watchdog ในระดับนานาชาติ

remark: รู้สึกว่า choice ด้านการลงทุนมันแปลกๆ ดูเฉพาะทางไปมากๆ (ไม่แน่ใจว่า Pew มี agenda อะไรด้วยหรือไม่) คนเลยเทไปเลือกข้อแรกที่ดูใกล้ตัวที่สุดกันหมด ผลไม่ค่อยน่าเชื่อถือมากนัก

ไอเดียอื่นๆ ที่น่าสนใจจากผู้ตอบแบบสอบถาม

  • มี “reality code” บอกตำแหน่งในโลกออนไลน์ เหมือนรหัสไปรษณีย์หรือรหัสทางไกลในโลกจริง ที่บ่งบอกพื้นที่
  • virtual reality อาจจะดู “จริง” มากขึ้น “เสมือน” น้อยลง
  • คนใช้อุปกรณ์อื่นๆ ที่ไม่มีจอภาพ (ในลักษณะ conventional) มากขึ้น เช่น กำแพง โทรศัพท์
  • privacy อาจไม่มีอยู่อีกเลยก็ได้ แต่จะมีกำแพงด้านวัฒนธรรมและกฎหมายมาสกัดกั้นกรณีละเมิดที่รุนแรงไม่ให้เกิดขึ้นเท่านั้น
  • คนจะสร้าง “สถาปัตยกรรมแห่งการเฝ้ามองและควบคุม” (architecture of surveillance) เมื่อเรารู้สึกว่าควบคุมอะไรบางอย่างไม่ได้
  • เด็กเกิดใหม่จะถูกฝัง RFID
  • ระบบคอมพิวเตอร์ที่ทำงานได้เองจะฉลาดขึ้น ชีวิตจะสะดวกสบายขึ้น
  • อีกมุมมองว่า ถ้าโปรแกรมมิ่งยังไม่มีวิธีคัดกรองคุณภาพที่ดีกว่านี้ มนุษย์จะตกอยู่ในความเสี่ยงจากบั๊ก
  • ประโยชน์เชิงการค้าจะทำให้บริษัทสกัดกั้นไม่ให้ข้อมูลไหลได้อย่างเสรี
  • ทั้งการสร้างกำแพง (wall garden) ภายในชาติ และการสร้างความร่วมมือข้ามชาติ (ซึ่งขัดแย้งกันในตัว) จะเพิ่มขึ้นทั้งคู่
  • จะเกิด social/cultural fragmentation มากขึ้น
  • netizen จะอยู่บนโลกออนไลน์ได้อย่างเท่าเทียมกัน
  • อินเทอร์เน็ตจะกลายเป็นเป้าสำหรับการก่อการร้าย
  • ต้องสร้าง IT watchdog เพื่อเฝ้าระวังว่าเน็ตจะไม่ถูกใช้เพื่อเป็นประโยชน์กับคนกลุ่มใด โดยที่มีคนบางกลุ่มต้องเสียสิทธิ์มนุษยชนไป
Tagged with: , , , ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: