The Future of Internet

State of Online Video

Posted in Online Media, Statistics by markpeak on 29 กันยายน 2009

ตัวเลขจาก comScore เอาไว้ดูเทียบกับตัวเลขของ Nielsen (August 2009 US only)

คนดูวิดีโอออนไลน์เดือนละประมาณ 10 ชม. (เฉลี่ย)

นับตามจำนวน video viewed

video-site-viewนับตาม viwers

video-site-viewer

Google Sites Surpasses 10 Billion Video Views in August

Tagged with: , , ,

Twitter and Conflict of Interest in Media World

Posted in Online Media by markpeak on 28 กันยายน 2009

Post Editor Ends Tweets as New Guidelines Are Issued

บทความใน Washington Post พูดถึงการใช้งาน Twitter ในหมู่ editor ของ นสพ. ว่าการแสดงความคิดเห็นต่อข่าวผ่าน Twitter ส่วนตัว อาจมีผลต่อความน่าเชื่อถือในข่าวของ Washington Post ได้ (เช่น ความคิดส่วนตัวขัดแย้งกับที่ลงพิมพ์ใน นสพ.)

ดังนั้นโดยมารยาทแล้ว editor ของ WP จึงเลิกใช้ Twitter ส่วนตัว และแสดงความเห็นผ่านข่าวช่องทางปกติเท่านั้น

edited: เรื่องนี้มีการอภิปรายกันอย่างกว้างขวาง เมื่อ WP ประกาศเป็นนโยบาย อ่านที่ paidcontent, techcrunch ประกอบ

Tagged with: , , ,

The Power of Sharing

Posted in Online Media, social network by markpeak on 28 กันยายน 2009

NYT: Share the Moment and Spread the Wealth

พูดถึงพลังของการ “แชร์เว็บ” ผ่าน social network ต่างๆ เช่น Facebook, Digg ว่าเริ่มจะมาแรงขึ้นมา ทัดเทียมกับพลังของการ “ค้นหา” ของกูเกิลแล้ว (เทียบ referrer จาก SN กับ search เริ่มมีอัตราส่วนที่ใกล้เคียงกัน

The State of Mobile Video

Posted in Online Media, Statistics by markpeak on 28 กันยายน 2009

สถิติและวิเคราะห์เรื่อง Mobile Video จาก Nielsen

  • การเติบโต ในปี 2008 มี viewer 10 ล้าน; ใน Q2-2009 มี 15.3 ล้าน (คิดเป็น 7% ของ mobile subscriber ใน US)
  • data package แบบ unlimited ทำให้คนดูวิดีโอผ่านมือถือได้ง่ายขึ้น ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยตกเดือนละ $5.73 ลดลงจากปีก่อนที่ $8.32
  • บริษัทมือถือทำเงินจาก Mobile Video ได้ $308M (Q2-2009) โตขึ้น 11% QoQ
  • มือถือในสหรัฐ 52% ดูวิดีโอออนไลน์ไม่ได้ ปีก่อนตัวเลขนี้อยู่ที่ 62% ลดลงไม่เยอะมาก
  • ความพึงพอใจในการดูวิดีโอออนไลน์ผ่านมือถือ Q2-2009 ลดลงจาก 74% มาเหลือ 68% (QoQ)
  • Nielsen ประเมินว่า การเติบโตของ Mobile Video จะเป็น linear ไม่เหมือน MP3 ที่โตเป็น exponential
Tagged with: , , ,

The Future of Smart Phone

Posted in Findings, Statistics by markpeak on 28 กันยายน 2009

ผลสำรวจข้อมูลด้าน Smart phone จาก Nielsen

จากกราฟ

  • เทียบปี 2008-2009 ตลาด smartphone โต 72% QoQ
  • ส่วนแบ่งในตลาดมือถือทั้งหมดยังน้อย ตอนนี้มีแค่ 16.9% ของมือถือทั้งหมด
  • คนใช้ mobile web 50% ใช้ผ่าน smartphone

smartphone

แบ่งตามประเทศ

  • อิตาลีกินดีหมีหัวใจเสือ บ้า smartphone มาก คนใช้ถึง 28% ของตลาดมือถือทั้งหมด
  • ฝรั่งเศสใช้น้อยสุด 11%

global_smartphone

แบ่งตามเพศ อายุ รายได้ โดยเทียบ smartphone ทั้งหมด กับ iphone “ราชาแห่ง smartphone” (ตัวเลขเฉพาะในสหรัฐ)

คนใช้ smartphone ยังเป็นผู้ชายอายุระหว่าง 25-34 (65% ของผู้ใช้ smartphone) และมีรายได้ค่อนข้างสูง

mobile_demo

คนดูวิดีโอออนไลน์เพิ่มขึ้น 18% จำนวนครั้งเพิ่ม 41%

Posted in Statistics by markpeak on 28 กันยายน 2009

สถิติจาก Nielsen ในเรื่องวิดีโอออนไลน์ เทียบระหว่าง สค 08 กับ สค 09

  • คนดูเพิ่ม 18%
  • จำนวนครั้งที่ดูเพิ่ม 41% (นับจำนวน stream)
  • จำนวน stream/คน เพิ่ม 19.6% (เฉลี่ยดูคนละ 81 ครั้งต่อเดือน)
  • ระยะเวลาที่ดูวิดีโอออนไลน์ เพิ่ม 38.6% (เฉลี่ยดูคนละ 204.9 นาทีต่อเดือน)

เว็บวิดีโอยอดฮิต เฉพาะ US/สค 2009

  1. YouTube 7,200M stream/Unique Visitor 107M
  2. Hulu 392/9.8
  3. Yahoo 226/28
Tagged with: , ,

คนใช้เน็ตใช้เวลาอยู่บน social network มากขึ้น 3 เท่า

Posted in social network, Statistics by markpeak on 28 กันยายน 2009

อันนี้ก็ไม่ผิดคาด เป็นผลสำรวจของ Nielsen เช่นกัน

แบบสรุปคือ เดือน ส.ค. 08 คนใช้เน็ตใช้เวลา 6% เล่น social network พอมาเป็น ส.ค. 09 ตัวเลขนี้กลายเป็น 17% (โตเกือบ 3 เท่า)

ส่วนยอดโฆษณาบน social network โต 119% ในช่วงเวลาเดียวกัน ส่วนแบ่งเงินโฆษณาของ social network เดิมอยู่ที่ 7% ของเว็บทั้งหมด ตอนนี้เขยิบมาเป็น 15%

ปิดท้ายด้วยตาราง เทียบการลงโฆษณาของเจ้าของสินค้าในอุตสาหกรรมต่างๆ ระหว่างลงบน social network กับเว็บทั้งหมด จะเห็นว่า social network โตสวนกระแสสุดๆ

social-network-ad

จาก Nielsen

คนใช้ social network/blog มักเป็นคนมีฐานะและอยู่ในเมือง

Posted in Findings, social network, Statistics by markpeak on 28 กันยายน 2009

เป็นเรื่องที่ไม่ผิดความคาดหมาย เพียงแต่ Nielsen Claritas มีงานวิจัยเป็นเรื่องเป็นราวมารองรับ

  • 50% ของ US population เคยเข้าเว็บ social network และตัวเลขนี้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
  • คนใช้ Facebook มักรวยกว่า MySpace เพราะคนที่รวยที่สุด 1/3 ของที่สำรวจ 2 แสนคน มีโอกาส 25% ที่จะใช้ Facebook มากกว่า MySpace
  • กลับกัน คน 1/3 ที่จนที่สุด มีโอกาส 37% ที่จะใช้ MySpace มากกว่า Facebook
  • คนใช้ Facebook มีโอกาสใช้ LinkedIn สูงกว่าคนใช้ MySpace
  • สำหรับ Blogger/Twitter นั้น ปัจจัยเรื่องความรวยมีไม่มากเท่ากับ social network แต่ปัจจัยเรื่องการอาศัยอยู่ในเขตเมืองก็ยังมีผล
  • คนอยู่ในเขตเมืองใหญ่ 12 เมืองของสหรัฐ มีโอกาสเข้า Blogger/Wordpress/Twitter มากกว่าคนที่อยู่ในเขตชนบท
  • คนใช้ Blogger/Twitter มีโอกาสใช้ LinkedIn มากกว่าคนที่ไม่ใช้ Blogger/Twitter เช่นกัน

จาก Nielsen Wire

Facebook จับมือ Nielsen

Posted in social network by markpeak on 23 กันยายน 2009

Facebook จับมือ Nielsen คาดว่าจะทำ metric สำหรับ “ชี้วัด” ความสำเร็จของโฆษณา ลักษณะเดียวกับ Nielsen Metrics ของทีวี

อันนี้เป็น second try ของ Facebook ในตลาดนี้ หลังจากล้มเหลวมาแล้วกับ Facebook Beacon

จาก All Facebook

Tagged with: , ,

โครงสร้างบริษัทสื่อแบบใหม่ สำหรับสื่อแบบใหม่

Posted in Online Media, prediction by markpeak on 22 กันยายน 2009

New Media Demands a New Kind of Media Company บทความจาก Joshua Auerbach

พูดถึงโครงสร้างเชิงเศรษฐกิจของสื่อออนไลน์ (และสื่อใหม่แขนงอื่นๆ) ซึ่งมีโครงสร้างของต้นทุน และโมเดลธุรกิจที่ต่างไปจากสื่อแบบเก่า (เช่น ไม่ต้องลงทุนสร้างห้องส่ง หรือแท่นพิมพ์) จึงทำให้บริษัทสื่อใหม่เกิดขึ้นได้ง่าย (เพราะใช้ต้นทุนน้อย) และออกจากธุรกิจได้ง่าย (เพราะทุนไม่จมไปกับค่าอุปกรณ์) มีการลองผิดลองถูกได้ง่ายขึ้น

ธุรกิจสื่อแบบเก่ากำลังถูกสื่อใหม่อัด โมเดลธุรกิจแบบเดิมๆ เหล่านี้ใช้ไม่ได้แล้ว

  • ยอดขายตั๋วหนังแกว่ง บางปีโต บางปีหด
  • ยอดขาย DVD ไม่โต
  • Blu-ray ไม่กลายเป็นกระแสหลักเสียที
  • วิธีคิดค่าโฆษณาทีวีแบบเดิม เริ่มไม่เป็นที่ยอมรับ
  • แบนเนอร์ออนไลน์ก็ไม่ค่อยโต

แต่โมเดลธุรกิจแบบใหม่ก็ยังไม่มั่นคงนัก เช่น

  • Text link ของกูเกิล
  • การกระจายข่าวด้วย Social Media (Facebook/Twitter)

โครงสร้างสื่อแบบเดิม มีผลให้เกิดการควบรวมกิจการเป็นสื่อขนาดยักษ์ เพราะผูกภาคการผลิต (สตูดิโอ) กับภาคการบริโภค (สถานีทีวี) เข้าไว้ด้วยกัน ตอนนี้สตูดิโอที่เคยเป็นอิสระ จึงเข้าไปอยู่ในเครือสื่อขนาดยักษ์ (media conglomerate) เกือบหมด

แต่พอเป็นสื่อออนไลน์ซึ่งมีธรรมชาติต่างกัน การควบรวมกิจการกลับไม่เกิดประโยชน์ (เช่น กูเกิลมี YouTube  คงไม่อยากไปซื้อเว็บวิดีโออื่น แถมยังปิด Google Video ด้วยซ้ำ) สาเหตุเป็นเพราะเว็บมีการกระจายตัวที่ต่างจากสื่อเก่ามาก วิธีการเชื่อมโยงก็ไม่ผูกติดกัน (แค่ลิงก์ ไม่ใช่ว่าเว็บนี้จะต้องมีข่าวจากที่นี่เท่านั้น)

ผู้เขียนบทความมองว่า บริษัทสื่อใหม่ในอนาคตจะมีขนาดเล็กลง แต่ละรายโฟกัสงานเฉพาะด้าน ไม่เป็นเครือสื่อยักษ์ที่มีทุกอย่างแบบเดิม แต่ก็ควรรวมตัวกันเป็นเครือข่ายแบบหลวมๆ ด้วยการเปิด API ให้เนื้อหาในแต่ละเว็บสามารถผสมหรือรวมเข้าด้วยกันได้

การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของอุตสาหกรรมสื่อจะยังไม่เกิดขึ้นในเร็ววัน แม้ว่าสื่อใหญ่แบบเก่าเริ่มจะได้รับผลกระทบจากสื่อใหม่ แต่ว่าสื่อเก่าก็ยังทรงอิทธิพลกว่าสื่อแบบใหม่มาก อย่างไรก็ตาม ช่วงนี้คือ “ระยะเปลี่ยนผ่าน” ที่สำคัญ