The Future of Internet

Gartner บอกปี 2010 ตลาด Mobile App Store ใหญ่ 6.2 พันล้าน

Posted in prediction by markpeak on 26 มกราคม 2010

บริษัทวิจัย Gartner ประเมินว่า คนใช้มือถือจะจ่ายเงินให้ mobile application stores รวมทุกยี่ห้อ คิดเป็นมูลค่า 6.2 พันล้านเหรียญ ในขณะที่ตลาดโฆษณาบนมือถือจะมีมูลค่ารวม 0.6 พันล้านดอลลาร์

ถ้าวัดเป็นยอดดาวน์โหลด ปี 2010 จะมีคนโหลด 4.5 พันล้านครั้ง

ตัวเลขชุดนี้ในปี 2013 จะกลายเป็นคนโหลด 21 พันล้านครั้ง, มูลค่าตลาด 29,500 ล้านเหรียญ

แม้ตัวเลขรวมจะสดใส แต่มีหมายเหตุของ Gartner ว่าด้วยเซกเมนต์ตลาด

High-end smartphone users today tend to be early adopters of new mobile applications and more trustful of billing mechanisms, so they will pay for applications that can meet their needs. Average smartphone users will become less tech-savvy as smartphones come down in price to have a mass market appeal and these users will be more reluctant to pay for applications.

ว่าด้วยความสัมพันธ์ของยอดขายกับจำนวนมือถือ ไม่จำเป็นต้องไปด้วยกัน

“Growth in smartphone sales will not necessarily mean that consumers will spend more money, but it will widen the addressable market for an offering that will be advertising-funded,” Ms Baghdassarian added. “The value chain of the application stores will evolve as rules are set and broken in an attempt to find the most profitable business model for all parties involved.”

ว่าด้วยความสำคัญของ mobile app store ต่อผู้ชนะในศึกนี้

“Application stores will be a core focus throughout 2010 for the mobile industry and applications themselves will help determine the winner among mobile devices platforms,”

ที่มา – Gartner

Tagged with: , ,

แผนการเก็บเงินคนอ่านของ New York Times

Posted in Online Media by markpeak on 26 มกราคม 2010

นสพ. The New York Times ประกาศแผนเก็บเงินค่าเข้าเว็บ เริ่มใช้ในปี 2011

แนวคิดคือ คนเข้าเว็บบ่อยๆ เท่านั้นจะโดนเก็บเงิน พวกนานๆ ทีคลิกลิงก์เข้ามา จะไม่ต้องเสียตังค์ในการอ่าน 1-2 หน้าแรก ส่วนสมาชิกฉบับกระดาษยังเข้าฟรีทั้งหมดเสมอ

NYT เรียกวิธีนี้ว่า metered model – คำประกาศของ NYT

NYT บอกว่านี่จะเป็นรายได้แหล่งที่สองของเว็บ ถัดจากโฆษณา – TechCrunch

วิธีการนี้ FT.com ใช้มาก่อนแล้ว ไม่มีข้อมูลว่าผลตอบรับเป็นอย่างไร แต่ FT.com เป็น นสพ. ธุรกิจ ที่ผู้อ่านมีกำลังซื้อสูงและยินดีจะจ่ายมากกว่า NYT

ปัจจุบัน NYT มีคนเข้า 12.4 ล้านคนต่อเดือน (Dec 09, เฉพาะ US) ลดลงจากเดิมช่วงกลางปี 15.4 ล้าน (Sep, 09) ถ้านับเว็บทั้งหมดในเครือ มีคนเข้าชมประมาณ 52.8 ล้าน

ช่วงปี 2005-2007 NYT เคยลองวิธีจ่ายเงินมาก่อนแล้ว ผลคือ 210,000 readers to pay $50 a year – TechCrunch

ผลวิจัยพบคนอ่าน Google News แต่ไม่คลิกลิงก์

Posted in Behavior, Findings, Online Media by markpeak on 26 มกราคม 2010

งานวิจัยจาก Outsell ศึกษาพฤติกรรมของคนใช้ Google News (ซึ่งเป็น “old-media killer” ในมุมมองของ นสพ.) จำนวน 2,787 คน พบว่าคนเข้าไปอ่านจำนวน 44% อ่านแต่หัวข่าวบน Google News อย่างเดียว ไม่คลิกเข้าไปที่เว็บของ นสพ. ต้นทาง

นอกจากนี้ยังมีตัวเลขว่า ผู้อ่านข่าว 31% อ่านจาก aggregator มีคนที่เข้าไปอ่านในเว็บ นสพ. จริงๆ แค่ 8% (อ่านผ่านเว็บอื่นๆ เช่น บล็อก 18%)

คนอ่านข่าว 57% อ่านข่าวจากสื่อดิจิทัลเท่านั้น ตัวเลขนี้เดิมอยู่ที่ 33% โตขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

คน 10% เท่านั้นที่บอกว่าจะยอมจ่ายตังค่าอ่านข่าวออนไลน์ และถ้า นสพ. เก้บตังค่าอ่าน 75% บอกว่าจะย้ายเว็บ

ข้อมูลทุกอย่างในรายงานนี้ ช่วยยืนยันทิศทางว่า สื่อกระดาษมีปัญหาหนักแน่

ที่มา TechCrunch

Data.gov.uk & Free Our Data

Posted in Policy by markpeak on 26 มกราคม 2010

ต่อจาก อังกฤษเปิดเว็บ Data.gov.uk เปิดเผยข้อมูลภาครัฐ

จากบทความ Tim Berners-Lee to launch British government’s free data website นสพ. The Guardian ทำแคมเปญการเปิดเผยข้อมูลภาครัฐมาตั้งแต่ปี 2006 ในชื่อ Free Our Data สโลแกนอย่างเท่

Our taxes fund the collection of public data – yet we have to pay again to access it. Making it freely available to stimulate innovation.

การมี Data.gov.uk อาจถือว่าเป็นผลงานของ Guardian ด้วยส่วนหนึ่งเช่นกัน Data.gov.uk: now that’s what we call a result ซึ่ง Guardian ก็เคลมเล็กๆ

Happily, that argument has been driven through Whitehall by the efforts of Tim Berners-Lee and Professor Nigel Shadbolt.

เรื่องนี้สอนให้เรารู้ว่า การผลักดันแคมเปญอะไรสักอย่าง ต้องมี

  • ตัวอย่างของประเทศอื่นๆ ถ้าเป็นคู่แข่งได้ยิ่งดี ช่วยสร้างความกระตือรือล้นให้ภาครัฐได้มาก
  • ซูเปอร์สตาร์ ในกรณีนี้คือ Tim Berners-Lee ไม่มีไม่เป็นไร แต่มีแล้วชีวิตจะง่ายขึ้น
  • สื่อ กรณีนี้แน่นอนว่าเป็น Guardian ซึ่งเป็นสื่อปัญญาชนรายใหญ่ของอังกฤษ
Tagged with: ,

Akamai บอก อินเทอร์เน็ตโลกเร็วขึ้น

Posted in infrastructure by markpeak on 16 มกราคม 2010

รายงาน The State of Internet ของ Akamai (CDN รายใหญ่) ประจำไตรมาส 3 ปี 2009 บอกว่าอินเทอร์เน็ตโลกเร็วขึ้นตามคาด

เกาหลี ญี่ปุ่น ฮ่องกง ยังยึดครองแชมป์ 3 อันดับแรกอยู่เช่นเดิม ส่วนประเทศไทยไม่ถูกสำรวจ

ที่มา – CNET

Tagged with: ,

ผลการวิจัยพบว่า banner ad มีผลเฉพาะคนอายุเกิน 40

Posted in Behavior by markpeak on 13 มกราคม 2010

ผลการวิจัยจาก Yahoo! Labs พบว่า การโฆษณาผ่านอินเทอร์เน็ตที่เป็นแบนเนอร์ (หรือ display ad) นั้นมีผลต่อคนที่อายุมากกว่า 40 ปีเท่านั้น

ผลวิจัยพบว่าคนอายุมากกว่า 40 ปีจะซื้อของเพิ่มขึ้น 5% ถ้าเห็นโฆษณาแบนเนอร์บนอินเทอร์เน็ต (โดย 93% ของยอดขายที่เพิ่มขึ้น จะเป็นการซื้อจากร้านในโลกความเป็นจริง มีร้านออนไลน์แค่ 7%) กลุ่มคนที่ซื้อของเพิ่มมากที่สุดคือกลุ่มคนอายุมากกว่า 65 ปี

แต่ที่น่าสนใจคือ คนอายุต่ำกว่า 40 ปีจะไม่ซื้อของเพิ่มขึ้นจากการดูแบนเนอร์เลย

งานวิจัยชิ้นนี้ยังสนับสนุนแนวทางของผู้โฆษณาแบบ impression โดยบอกว่า เอาเข้าจริงแล้ว 78% ของคนที่ซื้อของเพิ่มขึ้น ดูโฆษณาแต่ไม่ได้คลิก (คนที่คลิกด้วยแล้วซื้อมีแค่ 22% เท่านั้น) ซึ่งเป็นการกลับความเชื่อของอุตสาหกรรมโฆษณาออนไลน์ ที่บอกว่าต้องคลิกจึงจะดี

จาก Allthingsd

Tagged with: , ,

คนยอมจ่ายเงินซื้อเนื้อหาออนไลน์ชนิดใดบ้าง?

Posted in Online Media by markpeak on 7 มกราคม 2010

ผลสำรวจของ Nielsen เพื่อดูว่าผู้บริโภคสื่อดิจิทัล ยินดีจะจ่ายเงินซื้อเนื้อหาชนิดใดบ้าง

ที่น่าสนใจคือผู้ตอบแบบสอบถามในตะวันออกกลางและเอเชีย 57%-55% ยังยอมรับ ad เพื่อแลกกับ free content ในขณะที่ยุโรปและอเมริกา เริ่มไม่สนใจ ad แล้ว (เห็นด้วยเพียง 40%)

ที่มา – Nielsen

Tagged with: ,