The Future of Internet

Paywall ของ NYT เริ่มดีขึ้น?

Posted in Online Media by markpeak on 22 กรกฎาคม 2011

Financial Q2-2011 ของ NYT

  • total revenue -2%
  • ad revenue -4%
    • digital ad revenue +2.6%
    • print ad revenue -6.4%
  • subscription
    • print = down
    • digital = up
Digital Subscription = 224,000 เพิ่มจาก 100,000 ในเดือนเมษายน
จาก AllThingsD
Advertisements

ส่วนแบ่งตลาดข่าวออนไลน์ของ NYT ลดลงต่ำสุดในรอบ 12 เดือน

Posted in Online Media by markpeak on 13 พฤษภาคม 2011

ปริมาณทราฟฟิกของเว็บไซต์หนังสือพิมพ์ New York Times ลดลงหลังจากเพิ่มระบบ paywall เข้ามา

เดือนมี.ค. เว็บมีส่วนแบ่งตลาดข่าว นสพ. ออนไลน์อยู่ 13% แต่ในเดือน เม.ย. เหลือ 10.6% ถือว่าต่ำสุดในรอบ 12 เดือน

ส่วนถ้านับเป็น pageview ก็ลดลง 24.4% เมื่อเทียบกับเดือนก่อน

ส่วน NYT ให้เหตุผลว่าเป็นเพราะเดือน มี.ค. มีข่าวใหญ่หลายข่าวโดยเฉพาะข่าวของประเทศญี่ปุ่น ทำให้ตัวเลขของเดือนเมษาดูลดลงเยอะ และสำนักข่าวอื่นๆ ก็มี pageview ลดลงเช่นกัน เช่น Yahoo News ลด 23.9%, MSNBC ลด 21.4%

ส่วนเรื่องสัดส่วนแบ่งตลาด ทาง NYT ไม่ได้ตอบประเด็นนี้ บอกเพียงแต่ทราฟฟิกยังอยู่ในระดับที่รับได้

จริงๆ ถ้าทราฟฟิกลด แต่รายได้ของ NYT จาก paywall เพิ่มก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

จาก AdAge

อนาคตของการโฆษณาออนไลน์ = integrated ad?

Posted in Online Media by markpeak on 5 พฤษภาคม 2011

เป็นบล็อกของนักลงทุนใน silicon valley ชื่อ Mark Suster เขียนถึงรูปแบบของการโฆษณาบนเน็ตไว้อย่างน่าสนใจ ต้นฉบับอยู่ที่ The Future of Advertising will be Integrated

ไอเดียแบบสรุป ๆ ก็คือ nature ของการใช้เว็บและเน็ต ทำให้คน “เพิกเฉย” กับโฆษณาแบบแบนเนอร์ ทำให้การโฆษณาออนไลน์ต้องคิดใหม่ทำใหม่ โดยพยายามหนีจาก “แบนเนอร์” ซึ่งมีฐานคิดมาจากโฆษณาแบบเก่าใน นสพ/ทีวี (เป้าหมายคือ “สร้างการรู้จัก-ความคุ้นเคยต่อแบรนด์” ในระยะยาว) เปลี่ยนมาเป็นการใช้โฆษณาเพื่อตอบสนองผู้ใช้ในระยะสั้นมากขึ้น เช่น ขายของลดราคาตรงๆ เพื่อให้ตัดสินใจซื้อหรือเข้าเว็บในตอนนั้นเลย ผู้ใช้ไม่ต้องจดจำมากนักว่าเป็นแบรนด์อะไร มีอะไรดี

Suster ยกภาพนี้มาแสดง ผมว่าน่าสนใจดี เอามาจากสมาคมโฆษณาของสหรัฐ (IAB) คือบอกว่า “เป้าหมาย” ของการโฆษณาบนสื่อต่างๆ คืออะไร จะเห็นว่าของอินเทอร์เน็ต ก้อนสีเขียวใหญ่มาก เน้นไปที่ intent หรือความตั้งในการซื้อของหรือเข้าเว็บ

ภาพถัดไปเป็นสถิติอีกชุดที่สนับสนุนกัน

ภาพนี้บอกว่า ภาพรวมของวงการโฆษณา เน้นไปที่แบรนด์มากกว่า แต่พอโฟกัสเฉพาะออนไลน์ สัดส่วนกลับไปอยู่ที่ Direct Response หรือ Intent สูงกว่ามาก

(ข้อมูลทั้งสองชุดนี้ ก็อธิบายได้ว่าทำไมกูเกิลถึงทำเงินกับ AdWords ได้เยอะ เนื่องจากมันเป็นเรื่องของ Direct Response/Intent นั่นเอง)

ทีนี้มาถึงแนวคิดของ Suster ว่าอนาคตของโฆษณาควรเป็นอย่างไร เขาก็บอกว่าโฆษณาแบบ banner ที่แยกตัวเองจากเนื้อหานั้นไม่เวิร์ค เพราะคนไม่สนใจ ดังนั้นโฆษณาในอนาคตควรจะ integrated ตัวเองเข้ากับ content ให้มากขึ้น เช่น

  • Text: การให้ “เซเล็บ” ช่วยโฆษณาผลิตภัณฑ์ใน “stream” ซึ่งในที่นี้ก็หมายถึงเนื้อหาบนเว็บ (advertorial) หรือ twitter stream (promoted tweet) อะไรทำนองนี้ เป็นการตลาดโดยใช้ influencer แบบเดิมๆ แต่เปลี่ยนมาเป็นสื่อใหม่ อย่างไรก็ตาม ต้องมีการ QC คุณภาพด้วย เช่น ไม่โปรโมทมากเกินไป
    ประเด็นที่น่าสนใจคือ Suster บอกว่า พอเป็น social media มันจะมี feedback loop จากผู้ใช้มาคานอำนาจกลับด้วย เช่น ถ้า twt นี้โฆษณามากเกิน ก็ unfollow เสีย ทำนองนี้
  • Image: เขายกกรณีของ GumGum ซึ่งเป็นเครือข่ายโฆษณาที่เขาลงทุนอยู่ด้วย ตัวอย่างการโฆษณาบนภาพแบบ integrated ก็คือเพิ่มชั้นของโฆษณา “ที่มีความหมาย” (meaningful ad layer) ลงไปบนภาพ ซึ่ง Suster บอกว่าอัตราการคลิก (CTR) สูงกว่าค่าเฉลี่ย 2 เท่า ดูตัวอย่างน่าจะพอนึกออก

  • Games: กรณีสุดท้ายของ integrated ad ที่ Suster ยกมาคือ Angry Birds Rio ซึ่งเขาบอกว่าเป็นการโฆษณาแฝงแบบที่ชาญฉลาดมาก และได้ผลกลับมาดีกว่าการวางแบนเนอร์ไว้ในเกมมาก

ความเห็น

ในฐานะที่เป็นเจ้าของ content เองก็พบว่าเป็นเช่นนั้นจริง คือ advertiser สนใจซื้อ advertorial มากกว่า banner (ด้วยเหตุผลเดียวกันว่าคนไม่ดู banner แต่อ่านเนื้อหา) ซึ่งตรงนี้ในฐานะ content owner (ไม่ใช่ advertiser) ก็ต้องพยายาม balance ระหว่างรายได้กับมาตรฐานของเนื้อหา ซึ่งเป็นปัญหาที่ content owner ทุกรายน่าจะต้องเจอหมด (โดยเฉพาะรายใหญ่ที่เป็น content farm ดูโพสต์ The AOL Way)

ในฐานะที่เป็นผู้ใช้เน็ตคนหนึ่ง ก็ต้องบอกว่าทิศทางนี้ของ advertiser น่ากลัวมาก คือ ต่อไปโฆษณามันจะแฝงไปทุกแห่งหน แยกแยะได้ยากมากมาย (และการใช้พวก AdBlock Plus ก็แทบไม่มีผลแล้ว) คล้ายๆ กับโฆษณาแฝงในทีวีตอนนี้

Online Articles Won Pulitzer

Posted in Online Media by markpeak on 4 พฤษภาคม 2011

อาจจะเป็นบทความที่เก่าไปปีหนึ่ง แต่น่าจะยังพอได้อยู่ :D

ปีที่แล้ว รางวัล Pulitzer ซึ่งเป็นรางวัลที่มอบให้กับสื่อมวลชนอเมริกันในการทำข่าวที่โดดเด่น โดยรางวัลหมวด Investigative Report (ข่าวเจาะ/สกู๊ปที่ส่งนักข่าวไปเกาะติดประเด็นโดยละเอียด) มีผู้ชนะคนหนึ่งจากเว็บไซต์ ProPublica ซึ่งเป็นเว็บข่าวเจาะออนไลน์แบบไม่หวังผลกำไร ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ Pulitzer มอบรางวัลให้สื่อที่ไม่ได้ตีพิมพ์ลงกระดาษ

ปีนี้ ProPublica ชนะ Pulitzer อีกรอบ โดยชนะในหมวด National Reporting (รายงานประเด็นระดับชาติ)

กระบวนการให้รางวัลของ Pulitzer คงไม่สนใจ medium เน้นที่ content เป็นหลัก อย่างไรก็ตามการที่ ProPublica สามารถดึงดูด/สร้างนักข่าวระดับ Pulitzer มาได้ ก็ถือเป็นความสำเร็จอีกระดับของสื่อออนไลน์

‘ค่ายเพลง’ ยังสำคัญอยู่?

Posted in Online Media by markpeak on 30 เมษายน 2011

เดี๋ยวนี้ ศิลปินนักร้องหันมาทำเพลงขายเองกันเยอะ และก็มีเสียงวิจารณ์ว่า “ค่ายเพลงยักษ์ใหญ่” (major record label) เริ่มเข้าสู่ยุคตกต่ำ

แต่นักร้องหญิงชื่อ Nerina Pallot ซึ่งมีประสบการณ์ทั้งทำค่ายเองและสังกัดค่ายใหญ่ บอกว่าการมีค่ายยังสำคัญกว่าต่อศิลปิน เพราะการโปรโมทเป็นเรื่องสำคัญ (อย่างไรก็ตามเธอก็บอกว่างบประมาณที่ค่ายเพลงใช้โปรโมท เริ่มจะไม่คุ้มเมื่อเทียบกับยอดขาย)

Nerina Pallot: Why a major label record deal still matters

Tagged with: , ,

Conde Nast ชะลอแผนทำแมกกาซีนบน iPad

Posted in Online Media by markpeak on 23 เมษายน 2011

Conde Nast is tapping the brakes on its drive to deliver iPad editions of all its magazines, according to company employees, acknowledging that conditions aren’t quite right yet to deliver the ideal app editions at the kind of scale that advertisers want.

จาก AdAge :Conde Nast Taps Brakes on Churning Out iPad Editions for All Its Magazines

My Comment:

  • ตลาดคงต้อง educate กันอีกสักพักนึง
  • อาจเกิดภาวะ “ความตื่นเต้นของ early adopter” บดบังสภาวะความเป็นจริงของตลาด (คนแห่ไปซื้อกันเยอะช่วงแรก แต่ตลาดจริงยังไม่เยอะพอ)

NYT มียอดสมาชิก Paywall เกิน 100,000 ราย

Posted in Online Media by markpeak on 23 เมษายน 2011

จาก AllThingsD

The New York Times says digital subscriptions “have surpassed 100,000″, less than a month after the publisher put up its Web paywall.

บทวิเคราะห์อ่านได้จาก VentureBeat

Unfortunately for the NYT, making $20 million in a year from its subscription plan is a drop in the financial bucket: the company’s operating costs for its News Media Group, which includes the New York Times and the Boston Globe, were $500 million for the first quarter alone. Even if the subscription plan hits its goal of 300,000 subscribers, it will only generate about $60 million in revenue, which is barely enough to move the needle for a company of the NYT’s size — and that’s not including the cost of implementing the wall in the first place.

The Future of News?

Posted in Online Media by markpeak on 4 เมษายน 2011

จากบล็อกของ Joshua Topolsky อดีต บ.ก. หมาดๆ ของ Engadget พูดถึงโครงการหน้า This is my next project

Of course, the natural question I’m sure a lot of people have is: why SB Nation? The easy answer is that the people at SB Nation share my vision of what publishing looks like in the year 2011. They think that the technology used to create and distribute news on the web (and mobile) is as important as the people who are responsible for the content itself. And that’s not just pillow talk — SB Nation is actively evolving its tools and processes to meet the growing and changing needs of its vast editorial teams and their audience communities. They’re building for the web as it is now. From the perspective of a journalist who also happens to be a huge nerd, that’s a match made in heaven. SBN isn’t just another media company pushing news out — it’s a testbed and lab for some of the newest and most interesting publishing tools I’ve ever seen. In short, I was blown away when I saw what kind of technology they’re using to get news on their front page and engage audiences, and even more blown away when I started talking to them about what could come next.

รายละเอียดที่เหลือ (จากมุมคนอื่น) ดูใน Venture Beat Raiding Engadget’s talent, Josh Topolsky forms new tech news site

โมเดลสมาชิกแบบกระดาษ+digital ของ TIME

Posted in Online Media by markpeak on 12 กุมภาพันธ์ 2011

TIME Inc. เผยแผนการสมาชิกแบบกระดาษ+digital ของแมกกาซีนในเครือ โดยจ่าย 4.99 ต่อเดือน ได้ทั้งนิตยสารฉบับกระดาษ และโหลดแมกกาซีนดิจิทัลได้บนเว็บและ Android

ถ้าแบบ digital เฉยๆ คิด 3.99 ต่อเดือน พูดง่ายๆ ก็คือพยายามขายพ่วงฉบับกระดาษนั่นแหละ

แผนนี้ไม่รวมเวอร์ชันบน iPad คงติดสัญญาพิเศษกับแอปเปิล

จาก paidContent

Tagged with: , ,

The Problem of Digital Magazine

Posted in Online Media by markpeak on 5 กุมภาพันธ์ 2011

ข่าวนี้ตลกดี

Nick Bilton นักเขียนของ NYT “ทดลอง” สั่งซื้อนิตยสาร Wired บน iPad เมื่อกดจ่ายเงินและเริ่มโหลดหนังสือเข้า iPad แล้ว เขาก็รีบขับรถออกจากบ้านไปร้านค้าที่ใกล้ที่สุด เพื่อซื้อ Wired ฉบับกระดาษเล่มล่าสุดฉบับเดียวกัน

กลับมาบ้านปรากฎว่า Wired/iPad ยังโหลดไม่เสร็จ -_-”

Bilton บอกว่านี่เป็นตัวบ่งชี้ว่า ผู้ผลิตนิตยสารดิจิทัล พยายามเอา Mindset ของการทำนิตยสารกระดาษมาใช้ พยายามลอกแบบให้เหมือนที่สุดเพื่อจะได้ขายโฆษณาได้ในราคาเดียวกัน ผลก็คือความเฟลแบบนี้ (บริษัทสื่อคงเห็นปัญหาและปรับตัวได้ในเร็ววัน)

NYT