The Future of Internet

รัฐสภาสหรัฐเข้ามาสนใจกรณี กทช. สหรัฐลาออกไปอยู่บริษัทโทรคมฯ

Posted in Regulation by markpeak on 21 พฤษภาคม 2011

เป็นข่าว followup จาก ผลประโยชน์ทับซ้อนของ กทช. สหรัฐ

ความคืบหน้าล่าสุดคือ ส.ส. สหรัฐ (ในฐานะของกรรมาธิการของสภา) เข้ามาสอบสวนเรื่องนี้แล้ว โดยเริ่มจากส่งจดหมายไปยังประธาน FCC ขอให้ตอบคำถามในเรื่องนี้

สภาสหรัฐนี่มีอำนาจตรวจสอบสูงจริงๆ

จาก Ars

Tagged with: , , ,

ผลประโยชน์ทับซ้อนของ กทช. สหรัฐ

Posted in Regulation by markpeak on 13 พฤษภาคม 2011

Meredith Attwell Baker หนึ่งใน กทช. สหรัฐ (FCC) จากโควต้าของพรรครีพับลิกัน ประกาศแผนลาออกจาก กทช. เพื่อไปทำงานล็อบบี้ให้กับบริษัทเคเบิลทีวี Comcast-NBC

เมื่อต้นปี Comcast เพิ่งประกาศแผนการควบกิจการกับสถานีทีวี NBC ซึ่ง FCC ก็มีแผนจะกำหนดเงื่อนไขของการควบรวมให้เข้มงวดขึ้น เพื่อป้องกันการผูกขาด และตอนนั้น Meredith Attwell Baker ในฐานะกรรมการคนหนึ่งของ FCC ก็คัดค้านแผนการของ FCC โดยให้เหตุผลว่าการควบบริษัทเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภค

และ 4 เดือนถัดมาหลัง FCC อนุมัติการซื้อกิจการ เธอก็จะเข้าทำงานกับ Comcast ซะอย่างนั้น

อย่างไรก็ตาม Meredith มีเงื่อนไขว่าไม่สามารถล็อบบี้งานสาย กทช. โทรคม และล็อบบี้ตัวรัฐบาลโอบามาได้ (ถ้าโอบามาได้เป็นอีกสมัยก็ไม่ได้) แต่สามารถไปล็อบบี้สภาคองเกรส (ซึ่งไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับ FCC หรือรัฐบาล) ได้

แน่นอนว่างานนี้เธอก็โดนวิจารณ์อย่างมาก

NYT, Ars

Tagged with: , , , , ,

ประเด็นการผูกขาดในกรณี AT&T ซื้อ T-Mobile

Posted in infrastructure, Regulation by markpeak on 5 พฤษภาคม 2011

เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจ ของข่าว AT&T ซื้อ T-Mobile ที่ยังไม่น่าจะจบง่ายๆ

สิ่งที่น่าสนใจคือ ตอนนี้ AT&T กับ T-Mobile ก็ถือครองคลื่นสำหรับให้บริการมือถืออยู่จำนวนหนึ่งอยู่แล้ว แต่คลื่นเหล่านี้ไม่ค่อยพอใช้สำหรับเครือข่ายที่ขยายตัวเร็วมาก โดยเฉพาะ 4G/LTE

ปี 2008 อเมริกาก็เพิ่งประมูลคลื่น 700Mhz ไปอีกชุดหนึ่ง (คลื่นชุดนี้มาจากการเปลี่ยนทีวีจาก analog > digital ทำให้มีคลื่นว่างเพิ่มอีกช่วงหนึ่ง) คลื่นชุดนี้แบ่งเป็นหลายบล็อค คนประมูลได้ก็มีหลายบริษัท (ทั้ง AT&T และ Verizon) ซึ่งในนี้มี Qualcomm ผู้ผลิตชิปไร้สายรวมอยู่ด้วย

ประเด็นอยู่ที่ว่า Qualcomm ประกาศจะแบ่งไลเซนส์คลื่นที่ประมูลได้ให้กับ T-Mobile (อเมริกาอนุญาตให้ขายหรือเช่าช่วงคลื่นได้ ของไทยยังไม่อนุญาตตาม พรบ  กสทช ปัจจุบัน) อันนี้เจรจากันเรียบร้อยแล้ว คำถามที่ตามมาคือ ถ้า AT&T ซื้อ T-Mobile ได้ จะได้คลื่นชุดนี้ของ Qualcomm ไปด้วยหรือไม่?

AT&T อยากได้คลื่นชุดนี้เอาไปทำ LTE อยู่แล้ว แต่ก็มีกลุ่ม media reform หลายกลุ่มคัดค้านเพราะจะยิ่งทำให้ AT&T ผูกขาดคลื่นเข้าไปอีก

อันนี้เป็นหนึ่งในประเด็นที่ FCC (กทช สหรัฐ) ต้องพิจารณา สำหรับอนุมัติให้ AT&T ซื้อ T-Mobile ได้

จาก Ars Technica

ปัญหาใหม่ของ Regulator: กำกับดูแล Internet ผ่านสายไฟฟ้า

Posted in Regulation by markpeak on 6 เมษายน 2011

เป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจของอังกฤษ คือเริ่มมีอินเทอร์เน็ตผ่านสายไฟฟ้า (powerline) ของบริษัท Powerline Telecommunications (PLT) แต่ก็มีปัญหาว่าการส่งสัญญาณผ่านสายไม่มีฉนวนทำให้เกิดคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ารบกวน (คนที่โดนกวนคือพวกวิทยุสมัครเล่น และการบิน)

ปัญหาเด้งที่สองคือ Ofcom หรือ กทช. อังกฤษ บอกว่าฉันไม่มีอำนาจดูแล ก็ต้องดูกันต่อว่าเป็นอำนาจของใครกันแน่

กสทช. บ้านเราก็น่าจะเจอปัญหานี้เหมือนกัน

Ofcom refuses to interfere on powerline networking interference

FCC’s Net Neutrality Rule

Posted in Regulation by markpeak on 23 ธันวาคม 2010

ช่วงนี้มีเรื่องอื่นๆ ต้องสนใจเยอะมาก เลยไม่ได้ติดตามประเด็นเรื่องกฎของ Net Neutrality ที่ FCC เพิ่งประกาศออกมา เพิ่งได้อ่านตะกี้

กฎนี้มันดีครึ่งไม่ดีครึ่ง คือ ห้ามบล็อคทราฟฟิก แต่อนุญาตให้คิดราคาการใช้งานทราฟฟิกที่แตกต่างกันได้ (ต่างจากก่อนหน้านี้ที่ยังไม่มีกฎใดๆ) เลยกลายเป็นการอนุญาตให้การคิดเงินตามแอพพลิเคชัน-ชนิดของทราฟฟิกกลายเป้นเรื่องถูกกฎหมายไปแทน

แปะลิงก์

หมายเหตุ: บริบทของอุตสาหกรรม telco ในอเมริกาต่างจากของไทยอยู่พอสมควร เงื่อนไขอาจนำมาใช้แบบเดียวกันไม่ได้

Tagged with: , ,

FCC เตือน สเปกตรัมความถี่จะขาดแคลน

Posted in Regulation by markpeak on 23 ตุลาคม 2010

FCC หรือ กทช. อเมริกาออกเอกสารเตือนว่า ในปี 2014 ปริมาณทราฟฟิกของมือถือจะสูงกว่าปี 2009 ถึง 35 เท่า และจะทำให้สเปกตรัมความถี่สำหรับการสื่อสารไร้สายขาดแคลนอย่างหนัก

ทางออกของสหรัฐก็คือ นำความถี่ที่มีอยู่แล้ว และใช้ในกิจการอื่นๆ มาใช้สำหรับ mobile broadband เช่น ความถี่ที่สถานีโทรทัศน์ครอบครองแตไม่ได้ใช้งานอยู่ 120 MHz ส่วนอื่นๆ คือความถี่ที่ถูกหน่วยงานรัฐครอบครองอยู่

แผนของ FCC คือ ปลดปล่อยความถี่ 300MHz ในอีก 5 ปีข้างหน้า และอีก 200 MHz ใน 5 ปีถัดไป

ที่มา – Computerworld

Tagged with: , ,

เบลเยียมคุมเครื่อง DVR

Posted in Regulation by markpeak on 7 กันยายน 2010

เบลเยียมกำลังมีประเด็นเรื่องเครื่อง DVR (digital video recorder) เพราะไปกระทบรายได้ของผู้ให้บริการเคเบิลทีวี ที่ขายรายการเก่า

Belgian broadcasters try kneecapping DVRs, demand compensation จาก Ars

Tagged with: ,

The Future of Tech Regulation

Posted in Regulation by markpeak on 7 กันยายน 2010

Tech revolution spurs debate over antitrust law – บทความจาก San Francisco Chronicle

ประเด็นเรื่องการกำกับดูแล (regulation) กำลังถูกพูดถึงมากขึ้นเรื่อยๆ ในโลกไอที โดยเฉพาะประเด็นเรื่องผูกขาด (antitrust) ซึ่ีงเป็นแขนงหนึ่งของ regulation (แต่เป็นแขนงสำคัญ)

SFGate ตั้งคำถามว่า “Is antitrust outdated for the Information Age?”

เหตุหนึ่งก็เพราะว่าแนวทางในการ “วัด” การผูกขาดหรือการมีอำนาจเหนือตลาด (ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการพิจารณาว่า รัฐควรเข้ามายุ่งหรือไม่) เริ่มจะใช้ไม่ได้แล้ว เพราะตลาดมัน convergence กันมั่วไปหมด


The traditional metrics for evaluating anti-competitive behavior focus on market power and the ability to substantially raise prices, factors that also get fuzzy with these tech platforms.

When a company is selling toasters to customers, it’s easy to measure their market share and evaluate their pricing. But toasters only compete against toasters (and maybe the occasional toaster oven). Operating systems, search engines and social networks, even dominant ones, sometimes face competition from other platforms.

ประเด็นเรื่องการวัดส่วนแบ่งตลาด

Hal Varian, chief economist at Google, highlighted the difficulty in measuring these things at the Aspen conference.

For instance, while studies put Google’s share of the online search market at anywhere from 66 percent to 81 percent, he said the company only has “maybe 2 percent” of the global advertising market. So which do you measure?

ตลาดเปลี่ยนเร็วมาก จนรัฐอาจตามเทคโนโลยีไม่ทัน

“The markets are changing rapidly,” said Albert Foer, president of the American Antitrust Institute in Washington, D.C., which has called on regulators to keep an especially close eye on emerging technologies like mobile advertising networks. “You certainly have to watch these guys like a hawk, figure out where they’re going and figure out what each move means strategically and whether it will be (anti-competitive) in the future.”

นอกจากนี้ยังมีประเด็นการใช้สองตลาด (หรือมากกว่านั้น) ควบคู่กัน เพื่อสร้างอำนาจผูกขาดระหว่างกันขึ้น ทำให้ยิ่งกำกับดูแลยากเข้าไปอีก

The literature can quickly make a layman’s eyes go cross, brimming with words only an economist could love like “multi-sided platforms,” “vertical restraints” and “indirect network effects.”

But here’s the gist: Companies like Microsoft Corp., Google or Facebook Inc. built platforms with several sets of constituents: the users of the operating system, search engine or social network on one side, and advertisers, application developers or various other partners on the other.

There’s often a virtuous cycle that kicks in, where more users draw more developers, advertisers and partners, who in turn draw more users, and so on. In the cases of these three platforms, this so-called network effect rapidly created dominant companies in their respective fields – in fact, arguably increasingly quickly with each successive company

ผลของการเข้ามากำกับดูแล อาจจะไม่ช่วยให้บริษัทเล็กอยู่ได้อยู่ดี (กรณี Netscape)

The academic experts reached for this story believe that the company was clearly abusing its market power in operating systems to squash a more innovative rival in the Internet browser space, namely Netscape. But here’s the thing: The government won the case, but who uses Netscape today? Its market share dropped from around 80 percent to less than half of 1 percent.

ในบทความยังพูดถึงหนังสือ The Keystone Advantage ถ้ามีโอกาสคงได้หามาอ่าน

A 2004 book, “The Keystone Advantage,” articulated a largely free-market take on how these platforms, or ecosystems, should be viewed by antitrust authorities. It argued that the interdependence of all these parties is self-regulating, at least when led by a type of company it dubbed a keystone. The book cited Microsoft as an example.

Rather than pursuing a “dominator strategy,” the Redmond, Wash., software giant sought to partner with vast numbers of developers and partners, recognizing that their success was intricately tied to its own.

“Keystone strategies should most often not be … a red flag for policy makers,” wrote the authors, Harvard Business School Professor Marco Iansiti and former Microsoft program manager Roy Levien. “Indeed, we believe that public policy could be designed to reinforce keystone-like behavior and avoid harming critical network hubs, considering that the associated damage could paralyze vast numbers of ecosystem participants.”

Tagged with: ,

Net Neutrality: Google and Verizon Case

Posted in infrastructure, Regulation by markpeak on 29 สิงหาคม 2010

เมื่อประมาณ 2 อาทิตย์ก่อน ข่าวใหญ่โตในสหรัฐคือแผน net neutrality ของ Google+Verizon แต่เผอิญช่วงนั้นยุ่งโคตร เลยไม่ได้อ่าน ดองลิงก์ไว้เป็นสิบ

วันนี้พอมีเวลาแล้ว สรุปไว้หน่อยก็ดี

เรื่องเริ่มต้นคือ Google+Verizon เสนอ “แผน net neutrality” ให้ FCC และรัฐบาล-รัฐสภาสหรัฐพิจารณา

เรื่องเหมือนจะดี เพราะเป็น “แผนสนับสนุนแนวทาง net neutrality” แต่มันเป็นเรื่องเพราะว่าในแผนมันแหม่งๆ หลายจุด จนหลายฝ่ายคิดว่า Google+Verizon เอาคำว่า “net neutrality” มาชู (ว่าตัวเองสนับสนุน) แต่เอาจริงแล้วยัดไส้สิ่งที่ตรงกันข้ามเข้ามา

อันที่สรุปไว้ดีคือ Engadget

Now, we don’t know for sure what happened, but we’ve got a theory: the proposal reads to us like Verizon’s basically agreeing to trade neutrality on its wired networks for the right to control its wireless network any way it wants

แยกประเด็นตามที่ Engadget สรุปไว้เก้าข้อ

ประเด็นที่เป็นบวกกับ net neutrality (ในความหมายของคนทั่วไป)

  • Consumer protection – ISP ห้ามบล็อคทราฟฟิกใดๆ หรือจัดความสำคัญของทราฟฟิกใดๆ (ยกเว้น “เนื้อหาที่ผิดกฎหมาย”)
  • Non-discrimination – ISP ห้ามกีดกันทราฟฟิกใดๆ เช่น กีดกันเนื้อหาจากคู่แข่ง
  • Transparency – ISP ต้องเปิดเผยวิธีการจัดการทราฟฟิก (เช่น บล็อคบิตก็ต้องบอกว่าบล็อคบิต)
  • Network Management – ISP สามารถบริหารจัดการทราฟฟิกได้ (แต่เฉพาะในเชิงเทคนิคเท่านั้น) โดยข้อนี้จะใช้คู่กับข้อ Transparency คือ “บริหารทราฟฟิกได้แต่ต้องเปิดเผยวิธีการให้รู้” อันนี้ดูสมเหตุสมผล
  • Broadband access for Americans – พูดเรื่อง universal access อันนี้ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ

ประเด็นที่เป็นลบ (และเป็นปัญหา)

  • Additional online services – ISP สามารถให้บริการใหม่ๆ ในอนาคตที่ไม่เกี่ยวกับอินเทอร์เน็ตได้ ข้อนี้เป็นปัญหาเพราะเปิดช่องให้ Verizon ขาย “internet plus” ที่ไม่แล็ค ไม่บีบบิต ฯลฯ เป็นพิเศษ จึงโดนโจมตีว่าเป็นอินเทอร์เน็ตส่วนตัว  (private internet) และทำให้ข้อดีของอินเทอร์เน็ตเรื่อง public internet หายไป
  • Wireless broadband – แผนการทุกข้อยกเว้นเรื่อง Transparency ครอบคลุมเฉพาะ wireline ไม่รวม wireless โดย Google+Verizon ให้เหตุผลว่า wireless เป็นทรัพยากรที่มีจำกัด ต้องการการบริหารจัดการอีกแบบ แต่คนทั่วไปมองตาม quote ข้างต้นว่า Verizon ยอมแลก wireline ให้เป็น neutral เพื่อให้ควบคุม wireless (ที่อนาคตไกลกว่ามาก) ได้
  • Case-by-case enforcement – ข้อนี้เป็นการจำกัดอำนาจของ FCC ในการออกกฎเรื่อง net neutrality รวมถึงจำกัดค่าปรับของ FCC
  • Regulatory authority – ข้อนี้เกี่ยวกับอำนาจในการดูแลอินเทอร์เน็ตของ FCC โดยบอกว่า FCC สามารถกำกับดูแล access แต่ไม่สามารถคุม content

ปฏิกริยาจากสื่ออเมริกัน เป็นลบเกือบหมด

บทวิจารณ์ที่น่าสนใจมาจาก Huffington Post เขียนไว้ 5 ข้อ

  • เรื่อง wireless
  • วิจารณ์เรื่อง non-discrimination ว่าอ่อนเกินไป ISP สามารถใช้ข้ออ้างอื่นๆ เพื่อบล็อคบิตได้ไม่ยาก
  • วิจารณ์ข้อ network management ว่าให้สิทธิ์ ISP เป็นคนตัดสินใจบริหารทราฟฟิกให้เรา โดยอ้างเรื่อง “คุณภาพในการให้บริการ” ได้
  • เรื่อง private internet
  • เรื่องการจำกัดอำนาจ FCC

กูเกิลออกมาแก้ข่าวผ่าน Public Policy Blog ดังนี้

  • กูเกิลยังหนุน net neutrality อยู่ แต่รอภาครัฐไม่เกิดเสียที เลยจับมือกับ ISP รายใหญ่ไปพลางๆ
  • เรื่อง wireless มีคุณสมบัติพิเศษ คือ 1) แข่งขันสูงกว่า wireline 2) ต้องใช้คลื่นความถี่ที่มีจำกัด 3) ปัจจุบันค่อนข้างเปิดกว้างอยู่แล้ว
  • กูเกิลบอกว่า proposal นี่คลุมเฉพาะ wireline แต่ก็เชิญให้ FCC ลงมาจัดการ wireless เองสิ
  • กูเกิลปกป้อง private internet โดยบอกว่าตอนนี้ก็มีแล้ว พวกเครือข่ายสำหรับเล่นเกม หรือบริการสาธารณสุข

ปฏิกริยาจาก FCC ออกมายังไม่ชัดเจนนัก

  • หนึ่งในคณะกรรมการของ FCC บอกเพียงว่า FCC จะต้องกล้าตัดสินใจ และดูเรื่องขอบเขตอำนาจของ FCC (สรุปว่า FCC ไม่ค่อยเห็นด้วยกับแผน Google+Verizon) – TechCrunch

ปฏิกริยาอื่นๆ

  • กลุ่มนักเคลื่อนไหวไปประท้วงกูเกิลที่สำนักงานใหญ่ – PC Mag
  • EVP ของ Verizon ออกมาปกป้องแผนการ โดยยกข้อดีตามหลัก PR ทั่วไป – PC Mag
  • คำวิจารณ์จาก EFF (ยังไม่ได้อ่าน)
Tagged with: , , , ,

Net Neutrality: Google & Verizon Case

Posted in infrastructure, Regulation by markpeak on 5 สิงหาคม 2010

ประเด็นใหม่เรื่อง Net Neutrality

ตามข่าว NYT บอกว่า Google กับ Verizon กำลังจะทำข้อตกลงกัน เพื่อให้เนื้อหาบางอย่าง “สำคัญกว่า” เนื้อหาชนิดอื่นๆ ตัวอย่างเช่น ลูกค้า Verizon Plus จ่ายเพิ่มเดือนละ 10 เหรียญ ได้ดู YouTube ไวขึ้น 50% เป็นต้น

ปัญหานี้เข้าข่าย Net Neutrality ที่มองว่า content ทุกชนิดควรเท่าเทียมกัน

คำถามที่น่าสนใจ

  1. ท่าทีที่ผ่านมาของกูเกิล นิยม Net Neutrality มาตลอด แต่ตอนนี้จะเปลี่ยนไปหรือไม่ (ได้เงินเพิ่ม จะโดนหาว่า evil ก็คงยอมแหละมั้ง)
  2. FCC ในฐานะผู้กำกับดูแลกิจการโทรคมนาคม จะเข้ามามีบทบาทอย่างไร
Tagged with: , ,