The Future of Internet

ส่วนแบ่งตลาดข่าวออนไลน์ของ NYT ลดลงต่ำสุดในรอบ 12 เดือน

Posted in Online Media by markpeak on 13 พฤษภาคม 2011

ปริมาณทราฟฟิกของเว็บไซต์หนังสือพิมพ์ New York Times ลดลงหลังจากเพิ่มระบบ paywall เข้ามา

เดือนมี.ค. เว็บมีส่วนแบ่งตลาดข่าว นสพ. ออนไลน์อยู่ 13% แต่ในเดือน เม.ย. เหลือ 10.6% ถือว่าต่ำสุดในรอบ 12 เดือน

ส่วนถ้านับเป็น pageview ก็ลดลง 24.4% เมื่อเทียบกับเดือนก่อน

ส่วน NYT ให้เหตุผลว่าเป็นเพราะเดือน มี.ค. มีข่าวใหญ่หลายข่าวโดยเฉพาะข่าวของประเทศญี่ปุ่น ทำให้ตัวเลขของเดือนเมษาดูลดลงเยอะ และสำนักข่าวอื่นๆ ก็มี pageview ลดลงเช่นกัน เช่น Yahoo News ลด 23.9%, MSNBC ลด 21.4%

ส่วนเรื่องสัดส่วนแบ่งตลาด ทาง NYT ไม่ได้ตอบประเด็นนี้ บอกเพียงแต่ทราฟฟิกยังอยู่ในระดับที่รับได้

จริงๆ ถ้าทราฟฟิกลด แต่รายได้ของ NYT จาก paywall เพิ่มก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

จาก AdAge

อนาคตของการโฆษณาออนไลน์ = integrated ad?

Posted in Online Media by markpeak on 5 พฤษภาคม 2011

เป็นบล็อกของนักลงทุนใน silicon valley ชื่อ Mark Suster เขียนถึงรูปแบบของการโฆษณาบนเน็ตไว้อย่างน่าสนใจ ต้นฉบับอยู่ที่ The Future of Advertising will be Integrated

ไอเดียแบบสรุป ๆ ก็คือ nature ของการใช้เว็บและเน็ต ทำให้คน “เพิกเฉย” กับโฆษณาแบบแบนเนอร์ ทำให้การโฆษณาออนไลน์ต้องคิดใหม่ทำใหม่ โดยพยายามหนีจาก “แบนเนอร์” ซึ่งมีฐานคิดมาจากโฆษณาแบบเก่าใน นสพ/ทีวี (เป้าหมายคือ “สร้างการรู้จัก-ความคุ้นเคยต่อแบรนด์” ในระยะยาว) เปลี่ยนมาเป็นการใช้โฆษณาเพื่อตอบสนองผู้ใช้ในระยะสั้นมากขึ้น เช่น ขายของลดราคาตรงๆ เพื่อให้ตัดสินใจซื้อหรือเข้าเว็บในตอนนั้นเลย ผู้ใช้ไม่ต้องจดจำมากนักว่าเป็นแบรนด์อะไร มีอะไรดี

Suster ยกภาพนี้มาแสดง ผมว่าน่าสนใจดี เอามาจากสมาคมโฆษณาของสหรัฐ (IAB) คือบอกว่า “เป้าหมาย” ของการโฆษณาบนสื่อต่างๆ คืออะไร จะเห็นว่าของอินเทอร์เน็ต ก้อนสีเขียวใหญ่มาก เน้นไปที่ intent หรือความตั้งในการซื้อของหรือเข้าเว็บ

ภาพถัดไปเป็นสถิติอีกชุดที่สนับสนุนกัน

ภาพนี้บอกว่า ภาพรวมของวงการโฆษณา เน้นไปที่แบรนด์มากกว่า แต่พอโฟกัสเฉพาะออนไลน์ สัดส่วนกลับไปอยู่ที่ Direct Response หรือ Intent สูงกว่ามาก

(ข้อมูลทั้งสองชุดนี้ ก็อธิบายได้ว่าทำไมกูเกิลถึงทำเงินกับ AdWords ได้เยอะ เนื่องจากมันเป็นเรื่องของ Direct Response/Intent นั่นเอง)

ทีนี้มาถึงแนวคิดของ Suster ว่าอนาคตของโฆษณาควรเป็นอย่างไร เขาก็บอกว่าโฆษณาแบบ banner ที่แยกตัวเองจากเนื้อหานั้นไม่เวิร์ค เพราะคนไม่สนใจ ดังนั้นโฆษณาในอนาคตควรจะ integrated ตัวเองเข้ากับ content ให้มากขึ้น เช่น

  • Text: การให้ “เซเล็บ” ช่วยโฆษณาผลิตภัณฑ์ใน “stream” ซึ่งในที่นี้ก็หมายถึงเนื้อหาบนเว็บ (advertorial) หรือ twitter stream (promoted tweet) อะไรทำนองนี้ เป็นการตลาดโดยใช้ influencer แบบเดิมๆ แต่เปลี่ยนมาเป็นสื่อใหม่ อย่างไรก็ตาม ต้องมีการ QC คุณภาพด้วย เช่น ไม่โปรโมทมากเกินไป
    ประเด็นที่น่าสนใจคือ Suster บอกว่า พอเป็น social media มันจะมี feedback loop จากผู้ใช้มาคานอำนาจกลับด้วย เช่น ถ้า twt นี้โฆษณามากเกิน ก็ unfollow เสีย ทำนองนี้
  • Image: เขายกกรณีของ GumGum ซึ่งเป็นเครือข่ายโฆษณาที่เขาลงทุนอยู่ด้วย ตัวอย่างการโฆษณาบนภาพแบบ integrated ก็คือเพิ่มชั้นของโฆษณา “ที่มีความหมาย” (meaningful ad layer) ลงไปบนภาพ ซึ่ง Suster บอกว่าอัตราการคลิก (CTR) สูงกว่าค่าเฉลี่ย 2 เท่า ดูตัวอย่างน่าจะพอนึกออก

  • Games: กรณีสุดท้ายของ integrated ad ที่ Suster ยกมาคือ Angry Birds Rio ซึ่งเขาบอกว่าเป็นการโฆษณาแฝงแบบที่ชาญฉลาดมาก และได้ผลกลับมาดีกว่าการวางแบนเนอร์ไว้ในเกมมาก

ความเห็น

ในฐานะที่เป็นเจ้าของ content เองก็พบว่าเป็นเช่นนั้นจริง คือ advertiser สนใจซื้อ advertorial มากกว่า banner (ด้วยเหตุผลเดียวกันว่าคนไม่ดู banner แต่อ่านเนื้อหา) ซึ่งตรงนี้ในฐานะ content owner (ไม่ใช่ advertiser) ก็ต้องพยายาม balance ระหว่างรายได้กับมาตรฐานของเนื้อหา ซึ่งเป็นปัญหาที่ content owner ทุกรายน่าจะต้องเจอหมด (โดยเฉพาะรายใหญ่ที่เป็น content farm ดูโพสต์ The AOL Way)

ในฐานะที่เป็นผู้ใช้เน็ตคนหนึ่ง ก็ต้องบอกว่าทิศทางนี้ของ advertiser น่ากลัวมาก คือ ต่อไปโฆษณามันจะแฝงไปทุกแห่งหน แยกแยะได้ยากมากมาย (และการใช้พวก AdBlock Plus ก็แทบไม่มีผลแล้ว) คล้ายๆ กับโฆษณาแฝงในทีวีตอนนี้

Online Articles Won Pulitzer

Posted in Online Media by markpeak on 4 พฤษภาคม 2011

อาจจะเป็นบทความที่เก่าไปปีหนึ่ง แต่น่าจะยังพอได้อยู่ :D

ปีที่แล้ว รางวัล Pulitzer ซึ่งเป็นรางวัลที่มอบให้กับสื่อมวลชนอเมริกันในการทำข่าวที่โดดเด่น โดยรางวัลหมวด Investigative Report (ข่าวเจาะ/สกู๊ปที่ส่งนักข่าวไปเกาะติดประเด็นโดยละเอียด) มีผู้ชนะคนหนึ่งจากเว็บไซต์ ProPublica ซึ่งเป็นเว็บข่าวเจาะออนไลน์แบบไม่หวังผลกำไร ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ Pulitzer มอบรางวัลให้สื่อที่ไม่ได้ตีพิมพ์ลงกระดาษ

ปีนี้ ProPublica ชนะ Pulitzer อีกรอบ โดยชนะในหมวด National Reporting (รายงานประเด็นระดับชาติ)

กระบวนการให้รางวัลของ Pulitzer คงไม่สนใจ medium เน้นที่ content เป็นหลัก อย่างไรก็ตามการที่ ProPublica สามารถดึงดูด/สร้างนักข่าวระดับ Pulitzer มาได้ ก็ถือเป็นความสำเร็จอีกระดับของสื่อออนไลน์

The Future of News?

Posted in Online Media by markpeak on 4 เมษายน 2011

จากบล็อกของ Joshua Topolsky อดีต บ.ก. หมาดๆ ของ Engadget พูดถึงโครงการหน้า This is my next project

Of course, the natural question I’m sure a lot of people have is: why SB Nation? The easy answer is that the people at SB Nation share my vision of what publishing looks like in the year 2011. They think that the technology used to create and distribute news on the web (and mobile) is as important as the people who are responsible for the content itself. And that’s not just pillow talk — SB Nation is actively evolving its tools and processes to meet the growing and changing needs of its vast editorial teams and their audience communities. They’re building for the web as it is now. From the perspective of a journalist who also happens to be a huge nerd, that’s a match made in heaven. SBN isn’t just another media company pushing news out — it’s a testbed and lab for some of the newest and most interesting publishing tools I’ve ever seen. In short, I was blown away when I saw what kind of technology they’re using to get news on their front page and engage audiences, and even more blown away when I started talking to them about what could come next.

รายละเอียดที่เหลือ (จากมุมคนอื่น) ดูใน Venture Beat Raiding Engadget’s talent, Josh Topolsky forms new tech news site

The Problem of Content Farm

Posted in Online Media by markpeak on 5 กุมภาพันธ์ 2011

Content Farm หรือเว็บที่สร้างเนื้อหาแบบง่ายๆ เร็วๆ ถูกๆ ตาม keyword ที่นิยม แล้วหากินจาก AdSense กำลังเป็นที่นิยม เพราะรายใหญ่อย่าง Demand Media เพิ่งทำ IPO ไป

เว็บแบบนี้ไม่มีใครชอบเพราะคุณภาพเนื้อหาต่ำ แต่ก็ดันทำเงินได้ (ในขณะที่เว็บเนื้อหาดีกลับทำเงินลำบาก) อย่างไรก็ตาม อดีตเจ้าของ eHow ซึ่งเป็นเว็บหลักของ Demand Media บอกว่าโมเดลของ Demand Media ไม่เวิร์คในระยะยาว เพราะ

  • เนื้อหาที่นิยมตลอดกาล (evergreen) เช่น วิธีสอนผูกเนคไท ฯลฯ เนื้อหาพวกนี้มีเยอะแล้วในเน็ต
  • เนือหาที่เป็นกระแส เช่น วิธีใช้ android ก็มาไวไปไว และมีค่าใช้จ่ายในการผลิตเนื้อหาแพง จนไม่คุ้มกับรายได้จากโฆษณา
  • ความเสี่ยงที่จะโดนกูเกิลแบน

จาก Gigaom

 

The AOL Way

Posted in Online Media by markpeak on 2 กุมภาพันธ์ 2011

ประเด็นที่น่าสนใจมากสำหรับคนทำด้านสื่อ online media ขนาดใหญ่ ในสหรัฐตอนนี้เริ่มมีแนวคิดเรื่อง content farm มาได้สักระยะแล้ว ที่ดังหน่อยก็ Demand Media ที่เพิ่งทำ IPO ไป อีกเจ้าก็คือ Associated Content ที่ยาฮูเพิ่งซื้อไป

อีกตัวอย่างที่น่าสนใจคือ AOL อดีตเจ้าแห่ง dialup ที่หันมาเอาตัวรอดด้วย portal AOL.com และเว็บในเครือ ก็พยายามผันตัวเองมาทำ content farm บ้าง โดยใช้ web asset ของตัวเองที่มีอยู่แล้วเป็นหลัก

ล่าสุดมีสไลด์หลุดออกมา แสดงให้เห็น “แผนและเป้า” ของ AOL ในการสร้าง content (จะว่าปั่นก็ไม่เชิงนะ) ที่น่าสนใจทีเดียว ที่เจ๋งก็คือการจัดองค์กร content ให้เป็น “town” และหัวหน้าทีม (mayor) ต้องรับผิดชอบรายรับ-รายจ่ายใน town ของตัวเองด้วย

ผลสำรวจชี้ คนเลิกอ่าน นสพ. หันมาอ่านเว็บแทนมากขึ้น

Posted in Online Media, survey by markpeak on 18 กันยายน 2010

According to the latest edition of the news consumption survey conducted biennially by the Pew Research Center for the People and the Press, 34% of those polled said they had gone online for news the previous day, while 31% said they had read a newspaper. That represents a reversal from 2008, when 29% of respondents had gotten news online the day before while 34% had read a newspaper. It’s the first time since Pew began asking people about the online news consumption that the Internet outpolled newspapers as a news source.

Source: DailyFinance

Tagged with: , , ,

2 อาทิตย์แรกหลังหนังสือพิมพ์ The Times เปิด Paywall

Posted in Online Media by markpeak on 25 กรกฎาคม 2010

ประเด็นเรื่อง paid content & paywall

2 อาทิตย์หลัง นสพ. The Times ของอังกฤษเริ่มใช้นโยบาย paywall มีสถิติ (อย่างไม่เป็นทางการ) ดังนี้

  • คนลงทะเบียนเป็นสมาชิก 150,000 ราย (ช่วงทดลองใช้ฟรีก่อนหน้านี้) ถือเป็น 12% ของคนอ่านทั้งหมด
  • คนที่ยอมเสียเงินเป็นสมาชิกแบบพรีเมียม 15,000 ราย (มีคอมเมนต์ว่าต่ำกว่าที่คาด) ถือเป็น 10% ของข้อตะกี้
  • สมาชิกเวอร์ชัน iPad = 12,500 ราย
  • หลังจากเปิด paywall แล้ว (เดือนแรกฟรี) ทราฟฟิกลดลง 58% จากเดิม
  • หลังจากเปิด paywall แบบเสียเงินเต็ม ทราฟฟิกลดลง 67% จากเดิม

ถ้าคนเข้าน้อยลงแต่ทำเงินได้เยอะขึ้นก็คุ้มนะ

ที่มา – paidContent

Future of Content? ยาฮูกำลังปรับตัวจาก Aggregator เป็น Content Producer

Posted in Online Media by markpeak on 25 กรกฎาคม 2010

Jimmy Pitaro (Media Vice President) จากยาฮู ให้สัมภาษณ์กับ Forbes

สรุปว่า Yahoo! ซึ่งเป็น portal รายใหญ่ของโลก (อันนี้คงเน้นเฉพาะตลาด us) จากเดิมใช้วิธี aggregate เนื้อหาจากที่อื่น (เช่น AFP) มาแสดงบนหน้าเว็บ และทำเงินจากค่าโฆษณาของคนที่เข้ามาอ่านข่าวใน portal (ซึ่งเป็นโมเดลมาตรฐานของ portal เดิม) แต่ตอนนี้ portal เริ่มลดความสำคัญลง เพราะคนแชร์ลิงก์ข่าวใน FB/Twitter ทำให้ Yahoo! ต้องปรับตัวใหม่

ยุทธศาสตร์ที่ Yahoo! ใช้คือสร้างเนื้อหาของตัวเอง โดยจ้าง news editor/blogger มาเขียนเนื้อหาสำหรับเรื่องฮิตๆ เช่น กีฬา บันเทิง ข่าว ฯลฯ เพื่อสร้าง originality ของตัวเอง และเปิดโอกาสให้โฆษณาเข้าได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นแบนเนอร์หรือโฆษณาผ่านเนื้อหา

ทิศทางนี้ไปในทางเดียวกับ AOL และ Demand Media

ที่มา – Inside Yahoo!’s Attempt To Reinvent The Portal

แผนการเก็บเงินคนอ่านของ New York Times

Posted in Online Media by markpeak on 26 มกราคม 2010

นสพ. The New York Times ประกาศแผนเก็บเงินค่าเข้าเว็บ เริ่มใช้ในปี 2011

แนวคิดคือ คนเข้าเว็บบ่อยๆ เท่านั้นจะโดนเก็บเงิน พวกนานๆ ทีคลิกลิงก์เข้ามา จะไม่ต้องเสียตังค์ในการอ่าน 1-2 หน้าแรก ส่วนสมาชิกฉบับกระดาษยังเข้าฟรีทั้งหมดเสมอ

NYT เรียกวิธีนี้ว่า metered model – คำประกาศของ NYT

NYT บอกว่านี่จะเป็นรายได้แหล่งที่สองของเว็บ ถัดจากโฆษณา – TechCrunch

วิธีการนี้ FT.com ใช้มาก่อนแล้ว ไม่มีข้อมูลว่าผลตอบรับเป็นอย่างไร แต่ FT.com เป็น นสพ. ธุรกิจ ที่ผู้อ่านมีกำลังซื้อสูงและยินดีจะจ่ายมากกว่า NYT

ปัจจุบัน NYT มีคนเข้า 12.4 ล้านคนต่อเดือน (Dec 09, เฉพาะ US) ลดลงจากเดิมช่วงกลางปี 15.4 ล้าน (Sep, 09) ถ้านับเว็บทั้งหมดในเครือ มีคนเข้าชมประมาณ 52.8 ล้าน

ช่วงปี 2005-2007 NYT เคยลองวิธีจ่ายเงินมาก่อนแล้ว ผลคือ 210,000 readers to pay $50 a year – TechCrunch